ในห้องรับรอง ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน บรรยากาศของผู้มีอำนาจที่ติดตัวมาแต่กำเนิดทำให้เขาดูราวกับเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
กั๋วเฉิงหูหวาดหวั่นจนตัวสั่น เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากโดยไม่รู้ตัว เขาได้ยินมานานแล้วว่าช่วงนี้กลุ่มติ่งอี้กำลังมองหาบริษัทแปลแห่งใหม่เพื่อร่วมงานด้วย บริษัทแปลจือเฮิงของพวกเขาบังเอิญเคยร่วมงานกับบริษัทย่อยของกลุ่มติ่งอี้มาก่อน ทั้งยังสร้างความประทับใจที่ดีไว้ นี่จึงเป็นโอกาสทอง ขอเพียงความร่วมมือครั้งนี้สำเร็จ พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผลประกอบการไปอีกหลายปี
หากไม่เกิดเรื่องเมื่อครู่นี้ เขาคงยังพอมีความมั่นใจอยู่บ้าง แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่มาแล้ว เขาก็เริ่มไม่แน่ใจ
ตั้งแต่ก้าวเข้ามา โจวยวี่เชิงก็แทบไม่ได้พูดอะไร เพียงก้มหน้าก้มตาตรวจดูเอกสารข้อมูลพนักงานแปลของบริษัทที่เขาเพิ่งยื่นให้เมื่อครู่ เงียบอยู่นานจนบรรยากาศรอบด้านทำให้กั๋วเฉิงหูนั่งไม่ติด เขาจึงได้แต่ฝืนใจเปิดปากหวังผูกมิตร “คุณโจว...”
คำพูดที่เหลือยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็ถูกผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างโจวยวี่เชิงส่งสายตาปรามเสียก่อน กั๋วเฉิงหูจึงได้แต่หุบปากอย่างว่าง่าย แล้วนั่งรอด้วยความกระวนกระวาย
สายตาของโจวยวี่เชิงหยุดอยู่บนเอกสารในมือ ชื่อ: สวี่ชู...
นิ้วเรียวยาวเลื่อนผ่านภาพถ่ายบนเอกสารเบา ๆ หญิงสาวในภาพมีผิวขาวซีดเย็น โครงคิ้วและดวงตาดูจางละมุน แต่เครื่องหน้ากลับงดงามพอเหมาะพอดี ดวงตาคู่งามดูเย็นชาเหินห่าง ทว่ากลับมีความเปราะบางที่ยากจะสลัดออกไปปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง
ตอนนั้นเขาถูกภาพลักษณ์ไร้พิษภัยเช่นนี้หลอกตาเข้าให้
แต่โจวยวี่เชิงก็อดนึกถึงภาพที่เห็นเมื่อครู่ไม่ได้ เขาเห็นหางตาของเธอที่พยายามอดกลั้นจนแดงเรื่อขึ้นมา ไม่รู้เพราะอะไร ภาพนั้นกลับทำให้ดวงตาของเขาเจ็บแปลบ
“คุณกั๋ว” โจวยวี่เชิงเงยหน้าขึ้น มองไปด้วยสายตาอันเต็มไปด้วยการพินิจ
เสียงเรียกที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้กั๋วเฉิงหูสะดุ้งเฮือก เขารีบยืดตัวขึ้นแล้วนั่งหลังตรง พอเห็นนิ้วเรียวยาวได้รูปของชายหนุ่มกดทับเอกสารพนักงานไว้ กั๋วเฉิงหูก็รีบฉีกยิ้มประจบประแจง
“คุณโจววางใจได้ครับ เรื่องเมื่อครู่จะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน คนที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ทำให้ชื่อเสียงบริษัทเสียหายแบบนี้ พวกเราไม่มีทางเก็บไว้แน่ เดี๋ยวผมจะไปไล่สวี่ชูออกครับ”
กั๋วเฉิงหูรีบแสดงท่าที แต่กลับถูกสายตาประหลาดของโจวยวี่เชิงข่มจนชะงัก จึงรีบพูดเสริมทันที “หมายถึงสวี่ชูที่เป็นมือที่สามน่ะครับ”
สีหน้าของโจวยวี่เชิงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย จนยากจะดูออกว่าเขาพอใจกับผลการจัดการนี้หรือไม่
หลังจากเงียบไปไม่กี่วินาที ชายหนุ่มก็เอ่ยต่อ “มาทำร้ายคนในบริษัทของคุณ ทำลายชื่อเสียงคนอื่น แล้วยังทำให้พนักงานของคุณต้องเจ็บช้ำน้ำใจอย่างมาก แค่คำขอโทษลอย ๆ คำเดียวก็จะให้เรื่องจบลงได้หรือ?”
กั๋วเฉิงหูตกใจจนเหงื่อเย็นไหลท่วมตัว
เดิมทีเขาคิดจะไล่สวี่ชูออก เพื่อแสดงท่าทีว่าให้ความเป็นธรรม อย่างไรเสียคุณเจียงก็ทำงานอยู่ที่สาขาต่างประเทศมาหลายปี จะไล่เธอออกทันทีแบบนี้...
แต่ตอนนี้ เมื่อกั๋วเฉิงหูเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าด้านข้างที่สง่างามและปลอดโปร่งของชายหนุ่ม เขาจึงรีบตอบรับ “คุณโจว ผมรับรองกับคุณได้เลยว่าบริษัทจะลงโทษผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ส่วนสวี่ชู เราก็จะชดเชยให้เธอตามสมควรครับ”
“ผมจะให้ฝ่ายการเงินจ่ายเงินชดเชยห้าหมื่นหยวนให้เธอเดี๋ยวนี้เลยครับ!” กั๋วเฉิงหูพูดพลางรีบโทรศัพท์ออกไป
เมื่อเขาจัดการเรื่องเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว โจวยวี่เชิงจึงพยักหน้าเบา ๆ
กั๋วเฉิงหูยกมือเช็ดเหงื่อ
ถือว่าเขาซวยเอง
เห็นได้ชัดว่าคุณโจวกำลังออกหน้าให้ใครสักคน ต่อให้ผู้กระทำผิดเป็นเจ้านายใหญ่ของบริษัทเอง ก็ยังต้องถูกไล่ออก
ในฤดูหนาวของวั่งจิง พอตกกลางคืน อากาศก็ราวกับมีชั้นน้ำแข็งบาง ๆ เคลือบอยู่ ผู้คนบนถนนต่างห่อตัวด้วยเสื้อคลุมโดยไม่รู้ตัว แล้วเร่งฝีเท้าเดินกันอย่างรีบร้อน
ริมทางเดินแคบ ๆ มีรถหรูจอดอยู่คันหนึ่งโดยดับไฟหน้ารถ โจวยวี่เชิงยืนพิงประตูรถที่เย็นเยียบ ท่วงท่าสบาย ๆ แต่กลับแผ่แรงกดดันน่าเกรงขามออกมา
เขาก้มตาลง ปลายนิ้วคีบบุหรี่ไว้ แต่ไม่ได้สูบลึกนัก เพียงปล่อยให้ควันลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา
ต่อให้ใช้ฤทธิ์สุราทำให้ตัวเองมึนชา ภาพเหตุการณ์ในตอนกลางวันก็ยังชัดเจนอยู่ในหัว พอคิดถึงเรื่องนั้น ขมับของเขาก็ปวดตุบขึ้นมาอีกครั้ง
“อาเล็ก!” โจวจิ้นหลี่เดินรีบ ๆ มาจากด้านข้าง แล้วยื่นลูกอมมินต์ในมือให้ สีหน้าร่าเริง “อาเล็ก ตอนผมไปซื้อลูกอมมินต์เมื่อกี้ ผมเห็นสาวสวยคนหนึ่งในร้านสะดวกซื้อ สวยจนตะลึงเลย เหมือนนางฟ้าเป๊ะ เป็นสเปกที่ผมชอบเลย! ถ้าไม่รีบเอาลูกอมมาให้อาเล็ก ผมคงเข้าไปขอช่องทางติดต่อแล้ว!”
ตอนพูดประโยคหลัง เสียงของโจวจิ้นหลี่อู้อี้อยู่ในปากอย่างเห็นได้ชัด อาเล็กของเขาควบคุมตัวเองได้ดีเสมอเวลาออกงานเลี้ยง อีกทั้งด้วยสถานะในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าคะยั้นคะยอให้ดื่ม แต่วันนี้กลับดื่มจนเมามาย ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากเมาแล้ว บรรยากาศรอบตัวเขาก็ยิ่งกดดันจนน่ากลัว
โจวยวี่เชิงอมลูกอมมินต์ไว้ เมื่อลูกอมละลาย อาการปวดหัวหลังดื่มเหล้าก็ดีขึ้นบ้าง นิ้วของเขาลูบกล่องลูกอมไปมาโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขาถึงได้ยิ่งขาดลูกอมนี้ไม่ได้
“อาเล็ก รีบดูสิ! เธอออกมาแล้ว คนนั้นแหละ!”
พร้อมกับเสียงอุทานของโจวจิ้นหลี่ โจวยวี่เชิงก็มองตามสายตาของเขา จากร้านสะดวกซื้อที่สว่างไสว มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมา เสื้อโค้ตสีเรียบของเธอกลืนไปกับแสงเงาโทนเย็น ใบหน้าสว่างกระจ่างใต้แสงไฟ งดงามบริสุทธิ์ราวดอกบัวที่ผลิบานกลางราตรี
ใบไม้ร่วงปลิวกราว ความสงบนิ่งและเหินห่างที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวดูราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสีสันของฤดูหนาว
“สวยมากเลยใช่ไหมครับ” โจวจิ้นหลี่มองตามอย่างไม่รู้เบื่อ
โจวยวี่เชิงมองแผ่นหลังบอบบางนั้น แล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย
“แม่!”
เสียงเด็กเล็กใสกังวานดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำลายความเงียบสงบลง
ตอนนั้นเองโจวยวี่เชิงถึงสังเกตเห็นว่าเบื้องหน้าสวี่ชูมีเด็กน้อยวัยราวสี่ถึงห้าขวบยืนอยู่ เด็กน้อยยกมือข้างหนึ่งโบกทักทายหญิงสาวอย่างตื่นเต้น ส่วนมืออีกข้างจับมือชายหนุ่มคนหนึ่งไว้
เมื่อสวี่ชูเห็นคนที่มา เธอก็ยิ้มสดใสแล้วโบกมือทักทายไปทางนั้นเช่นกัน
“โห พี่สาวคนสวยคนนี้ไม่ใช่แค่แต่งงานแล้วนะ ยังมีลูกชายแล้วด้วย!”
โจวจิ้นหลี่ตะลึงกับภาพตรงหน้าจนอ้าปากค้าง ครู่หนึ่งจึงไม่ทันสังเกตว่าในดวงตาดำสนิทของอาเล็กผู้มีวินัยและสุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอ กำลังเก็บกดอารมณ์ซับซ้อนที่อ่านไม่ออกเอาไว้
จนกระทั่งชายคนนั้นจูงมือเด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้ จากระยะไกลมองดูแล้วพวกเขาราวกับครอบครัวสามคนที่มีความสุข
“ไปกันเถอะ”
โจวยวี่เชิงถอนสายตากลับ ไม่สนใจท่าทางอ้าปากค้างของโจวจิ้นหลี่ แล้วกลับเข้าไปนั่งในรถด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ภายในรถ โจวจิ้นหลี่นั่งหลังตรง วางตัวเรียบร้อย ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย เขาคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าเพียงครู่เดียว บรรยากาศรอบตัวอาเล็กกลับกดดันขึ้นมาอีกแล้ว หรืออาการปวดหัวจะกำเริบหนักกว่าเดิม?
“อาเล็ก ให้ผมซื้อยาแก้เมาค้างให้ไหมครับ?”
“ไม่ต้อง” น้ำเสียงของโจวยวี่เชิงไม่ดังนัก เจือความเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย
โจวจิ้นหลี่ไม่ค่อยได้เห็นอาเล็กเป็นแบบนี้ จึงอดสงสัยไม่ได้ เขาแอบเหลือบมองกระจกมองหลัง ชายหนุ่มหลับตาอยู่ก่อนแล้ว คิ้วขมวดแน่น
แต่ในวินาทีที่โจวจิ้นหลี่มองไป ชายหนุ่มก็เปิดเปลือกตาขึ้น เผยสายตาเย็นเยียบ ทำเอาเขารีบเบือนสายตาหนี แล้วนั่งนิ่งมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ไหวติง
โจวยวี่เชิงมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่เย็นเยียบอย่างเงียบงัน แววตาลึกล้ำ ภาพครอบครัวสามคนที่มีความสุขเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่จางหาย
สวี่ชู ตอนนั้นคุณเป็นฝ่ายทิ้งผมไป แล้วยังแต่งงานมีลูกอีก คุณกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง?
