“หน้าแดงแล้วนี่”
ไม่รู้ว่าอวิ๋นฝูไปแตะโดนส่วนไหนของเส้นใยราเข้า แก้มของยวี่จิ้นก็แดงระเรื่อขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน
ราวกับแสงอรุณ งดงามจับตา
ไม่คิดเลยว่ายวี่จิ้นในช่วงเวลานี้จะไร้เดียงสาขนาดนี้ อวิ๋นฝูอดคิดแกล้งเขาไม่ได้ “จะจูบไหม? ถ้าไม่จูบก็ไม่มีโอกาสแล้วนะ”
ยวี่จิ้นเม้มริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนดึงเส้นใยราออกจากมืออวิ๋นฝูอย่างเก้อเขิน
“เป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่ไม่รู้จักสำรวมเอาเสียเลย”
“เคยคบใครหรือยัง?” อวิ๋นฝูถาม
“แน่นอนสิ!”
ปลายหูของยวี่จิ้นแดงจัด “ฉันหล่อขนาดนี้! ในโต๊ะเรียนมีแต่จดหมายรักที่คนอื่นแอบยัดไว้”
ตอนพูด สายตาของเขาไม่กล้ามองอวิ๋นฝูเลย
“อย่างนั้นเหรอ” อวิ๋นฝูกะพริบตา “งั้นก็ช่างเถอะ ฉันไม่เคยคบใคร เลยอยากหาคนที่ไม่เคยคบใครเหมือนกัน นายคงไม่ตรงตามคุณสมบัติ”
ยวี่จิ้นชะงัก ก่อนเถียงเสียงแข็ง “เธอก็ไม่ตรงตามคุณสมบัติของฉันเหมือนกัน”
“ฉันไม่ตรงตามคุณสมบัติของนายตรงไหน?”
ยวี่จิ้น “……”
เขาอ้ำอึ้งอยู่นาน แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ
อวิ๋นฝูหัวเราะหึ ๆ
ยวี่จิ้นฉุนขึ้นมา “หัวเราะอะไร?!”
“ฉันหัวเราะเหรอ?”
ดวงตาของอวิ๋นฝูโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์
ยวี่จิ้นใช้นิ้วกดหางตาเธอ “ยังจะบอกว่าไม่ได้หัวเราะอีก…”
สัมผัสอุ่นร้อนแผ่ซ่านจากปลายนิ้ว เสียงของยวี่จิ้นค่อย ๆ เบาลง เขาจ้องอวิ๋นฝูอย่างเหม่อลอย ไม่พูดอะไรอีก
-
“เกิดเรื่องแล้ว”
เทียนเมิ่งคว้าข้อมือหลานซีแล้วลากเธอออกจากห้องเรียน
