“เหอเชิง พวกคุณฆ่าบอสไม่ตายหรอก เซียวเจิ้นกำลังใช้ประโยชน์จากคุณ”
อวิ๋นฝูพยายามสงบสติอารมณ์เต็มที่ พลางเกลี้ยกล่อมเหอเชิงไม่ให้บุ่มบ่าม
“พี่น้อง ฉันไม่พูดมากแล้วกัน”
เซียวเจิ้นตบไหล่เหอเชิง “หลายวันนี้คุณเองก็คงเห็นชัดแล้วว่าอวิ๋นฝูสนิทกับผีมาก ถูกล้างสมองไปนานแล้ว เธอหาวิธีผ่านด่านเจอแต่ไม่ยอมบอก ก็เพราะอยากถ่วงเวลา ช่วยผีฆ่าพวกเรา”
“อวิ๋นฝูรู้วิธีผ่านด่านงั้นเหรอ?”
เหอเชิงลังเลใจมาก ไม่กล้าเชื่อคำพูดของใคร แต่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเริ่มเอนเอียงไปทางเซียวเจิ้นแล้ว
“ใช่”
เซียวเจิ้นหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาให้เขาดู “ยังจำเรื่องเด็กผู้ชายห้องเอที่กระโดดตึกได้ไหม ตอนนั้นอวิ๋นฝูก็ได้กระดาษแผ่นนี้มา แต่กลับแอบเก็บไว้คนเดียว ไม่บอกใครเลย”
บนกระดาษที่เปื้อนเลือดมีข้อความเขียนไว้ว่า—
ห้ามเข้าห้องเอ! ไม่อย่างนั้นคุณจะกลายเป็นเครื่องสังเวย!
“เครื่องสังเวย?”
มือของเหอเชิงสั่นเทา
เขาไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้ แต่รู้แล้วว่าห้ามไปห้องเอ
เมื่อนึกถึงท่าทีร้อนรนที่ตัวเองจะเข้าไปในห้องเมื่อครู่ เหอเชิงก็หวาดหวั่นไม่หาย หากพวกเขาเข้าไปแล้วจะยังออกมาได้ไหม?
ตอนอยู่โรงอาหาร เซียวเจิ้นกับอวิ๋นฝูต่างก็ไม่ได้ลงมือ เซียวเจิ้นมีคำเตือนจากกระดาษ แล้วอวิ๋นฝูล่ะ?
ตอนนี้เหอเชิงเชื่อคำพูดของเซียวเจิ้นสนิทใจแล้ว เขาเอ่ยอย่างอึดอัดว่า “อวิ๋นฝู พวกเราไม่ได้สนิทกับเธอมากนักก็จริง แต่เธอใจแข็งฆ่าหลานซีและเสี่ยวจื่อรุ่ยได้ลงคอด้วยหรือ?”
