อวิ๋นฝูเคยจับมือยวี่จิ้นมาหลายครั้ง
แต่มือนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย
เธอสัมผัสได้
“ยวี่จิ้น”
เธอเอ่ยเรียกเขาเบา ๆ
มือที่วางอยู่บนเอวของอวิ๋นฝูชะงัก สั่นไหวแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น
เขาประหลาดใจที่เธอยังจำเขาได้ทั้งที่เป็นแบบนี้ จึงดีใจเป็นพิเศษ แต่ไม่นานสีหน้าก็หม่นลง
ตอนนี้เขาไม่อาจให้ใครเห็นได้ หากภรรยาเห็นเข้า เธอต้องไม่ชอบเขาอีกแน่
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ อวิ๋นฝูก็ถามต่อว่า “ทำไมถึงปิดตาฉันไว้?”
“แล้วทำไมถึงพาฉันลงมาที่ก้นทะเลสาบ?”
ที่นี่... จะเป็นจุดเกิดเหตุของยวี่จิ้นหรือเปล่า?
อวิ๋นฝูมีข้อสงสัยมากมาย เธอถามออกมาทีละข้อ
มือเย็นเฉียบปิดปากเธอไว้ ราวกับต้องการหยุดไม่ให้เธอถามต่อ
เพราะอย่างนั้นเอง อวิ๋นฝูจึงสัมผัสได้ชัดเจนว่ามือนี้ไม่มีเนื้อหนัง มีเพียงโครงกระดูก
“ยวี่จิ้น คุณชอบจูบฉันไม่ใช่เหรอ แล้วคราวนี้ทำไมไม่จูบล่ะ?”
ขนตาที่ถูกปิดตาสั่นไหว ภาพโครงกระดูกสีขาวผุดขึ้นในหัวของอวิ๋นฝู
เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ถึงกลายเป็นสภาพเช่นนี้ได้
อวิ๋นฝูยกมือขึ้นดึงสิ่งที่ปิดตาออก
“ตื่นแล้วเหรอ?”
เมื่อลืมตาขึ้น ใบหน้าของหลานซีก็อยู่ตรงหน้า
หลานซียิ้มจนตาหยี “กำลังจะเรียกเธอตื่นพอดี”
“ฉันอยู่หอพักมาตลอดเหรอ?”
อวิ๋นฝูกะพริบตาแล้วลุกขึ้นนั่ง ตรวจดูเสื้อผ้าของตัวเอง ทุกอย่างเหมือนตอนที่เข้านอนเมื่อคืน แต่บนเส้นผมกลับมีกลิ่นดอกพุดจาง ๆ
อวิ๋นฝูขยับหมอนออก
ใต้หมอนมีเกสรดอกพุดแห้งอยู่หลายกลีบ
