ห้องอาหาร
เมื่อเห็นตงม่ายพาอวิ๋นฝูกลับมาได้ ทุกคนก็แสดงสีหน้ายินดี
เพราะมีออเรลอยู่ด้วย ทุกคนจึงไม่สะดวกแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน หลังจากรีบกินข้าวเสร็จ ทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่ห้องของหลินฉงอีกครั้ง
ระหว่างขึ้นชั้นบน ตู้จือเถิงเล่าเรื่องราวหลังจบเกมซ่อนหาให้อวิ๋นฝูฟัง
“พวกเราถูกจับกันหมดแล้ว พอออเรลได้ยินว่าคุณถูกซีริอุสพาตัวไป เขาก็ไม่ได้โกรธอะไร”
อวิ๋นฝูพยักหน้า ที่จริงแล้วเธอเป็นห่วงกัวเจียวเจียวมากกว่า
กัวเจียวเจียวไม่เป็นอะไร ทุกคนเพิ่งเข้าห้องกันได้ไม่นาน เธอก็ประกาศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่ามีเรื่องจะเล่า
“ฉันเห็นศพของพ่อออเรล”
หลินฉงกล่าวอย่างจริงจังว่า “เล่ารายละเอียดมา”
“หลังจากแยกกับอวิ๋นฝูและโจวอวี่ ฉันก็แอบเข้าไปซ่อนตัวในครัวคนเดียว”
ประสบการณ์ตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้กัวเจียวเจียวเข้มแข็งขึ้นมาก แม้จะยังกลัวอยู่ แต่ก็ดูสงบขึ้นไม่น้อย “ในครัวมีท่อระบายอากาศเก่า ๆ อยู่ท่อหนึ่ง ตอนแรกฉันคิดว่าจะซ่อนอยู่ในนั้นให้พ้นรอบแรก แล้วค่อยออกไปหาทุกคน แต่ไม่คิดเลยว่า...”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง นิ้วที่กำชายเสื้อซีดขาว
“ไม่คิดเลยว่าจะเห็นพ่อบ้านเข็นศพออกมาจากห้องใต้ดิน แถมยังมีออเรลอยู่ด้วย ในมือเขาถือศีรษะของโจวอวี่อยู่”
หวังถงถงฟังแล้วถึงกับยกมือปิดปาก
กัวเจียวเจียวเล่าต่อว่า “พวกเขาเย็บศีรษะของโจวอวี่ติดเข้ากับศพนั้น แล้วยังพูดอะไรทำนองว่าจะเอาไปให้โอลีกิน”
“ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมดแล้ว!”
ตู้จือเถิงอุทานเสียงหลง
กัวเจียวเจียวไม่รู้เบาะแสอื่น ๆ หวังถงถงจึงอธิบายให้เธอฟังอยู่ข้าง ๆ
“ศีรษะของโจวอวี่ถูกเย็บติดเข้ากับศพพ่อของออเรล ในแง่หนึ่ง ศีรษะของโจวอวี่ก็กลายเป็นศีรษะของพ่อออเรลไปแล้ว” สีหน้าของหลินฉงไม่สู้ดีนัก “นอกจากซุนเยว่แล้ว ฉันสงสัยอย่างยิ่งว่าศีรษะของคนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ถูกเย็บติดมาเหมือนกัน”
