ไม่นานก็ถึงคาบสุดท้ายของช่วงเช้า เมื่อรู้เงื่อนไขการตายแล้ว พออาจารย์ถามคำถามอีกครั้ง อวิ๋นฝูกับคนอื่น ๆ จึงปฏิเสธที่จะตอบ ทำให้ผ่านช่วงเช้ามาได้อย่างปลอดภัย
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น เหล่านักเรียนผีพากันส่งเสียงเอะอะวิ่งไปยังโรงอาหาร
อวิ๋นฝูเหลือบมองโต๊ะเรียนว่างข้างตัว
สองคาบสุดท้ายยวี่จิ้นไม่ได้ปรากฏตัว หรือเป็นเพราะเธอพูดแรงเกินไป เขาถึงไม่พอใจ?
หรือเพราะเธอไม่ได้ไปหาเขา?
“อวิ๋นฝู ไปกินข้าวกัน”
เหอเชิงกับเสี่ยวจื่อรุ่ยรอเธออยู่
“ได้”
อวิ๋นฝูดึงสติกลับมาแล้วเดินตามไป
หลังจากทุกคนออกไปหมดแล้ว เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าห้องสี่ เด็กหนุ่มยืนพิงกำแพงอย่างเกียจคร้าน ทอดสายตามองโต๊ะเรียนตัวหนึ่งอย่างเหม่อลอยอยู่นาน ผ่านไปครู่ใหญ่ ในบรรยากาศอันเงียบสงัดก็มีเสียงถอนหายใจดังขึ้น
“จะทำยังไงกับเธอดี……”
“ยวี่ ยวี่จิ้น คุณยังไม่ได้ไปกินข้าวหรือครับ?”
หลี่ลี่ นักเรียนผีที่คุยกับอวิ๋นฝูได้ค่อนข้างถูกคอ อุ้มกล่องข้าวไว้ในมือ พอเห็นยวี่จิ้นก็ถอยหลังด้วยความหวาดกลัวหลายก้าว คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นอาหารของตัวเองให้อย่างขลาด ๆ “คุณจะกินไหมครับ?”
“เธอไปกินข้าวแล้วหรือ?”
ยวี่จิ้นปรายตามองหลี่ลี่อย่างเย็นชา
“ครับ ๆ!” เห็นเขาไม่รับ หลี่ลี่ก็ชักกล่องข้าวกลับมากอดไว้แน่น “หัวหน้าห้องไปกับผู้ชายสองคนนั่นครับ ดูเหมือนพวกเขาจะสนิทกันมาก”
พอหลี่ลี่พูดจบ ทางเดินก็เงียบสนิท
เมื่อเห็นสีหน้าของยวี่จิ้นที่เหมือนพายุกำลังจะโหมกระหน่ำ หลี่ลี่ก็ตระหนักได้ว่าพูดผิด จึงหดคอพลางกล่าวว่า “จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้สนิทกันหรอกครับ คุณกับหัวหน้าห้องต่างหากที่สนิทกันที่สุดในโลก”
