ยวี่จิ้นโมโหจนโยนกระดาษกับปากกากลับลงบนโต๊ะ
ปากกากระเด้งบนโต๊ะหนึ่งที ก่อนจะกลิ้งตุบตับตกลงพื้น
เด็กชะมัด
อวิ๋นฝูก้มเก็บปากกาขึ้นมาเช็ดจนสะอาด “ทำยังไงดี เหมือนจะออกไปไม่ได้แล้ว”
ยวี่จิ้นนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงคว้ามือเธอไว้แล้วแกว่งเบา ๆ “ออกไปไม่ได้ก็ไม่ต้องออกสิ”
ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว มีแค่พวกเราสองคน ไม่มีใครมารบกวน
แน่นอนว่าไม่นับเจ้าสัตว์ประหลาดหน้าด้านตัวนั้น
“ไม่ได้สิ ถ้าหลานซีและเสี่ยวจื่อรุ่ยรู้ว่าฉันหายไป พวกเขาต้องเป็นห่วงแน่”
เธอถูกขังอยู่ที่นี่ ทั้งสองคนน่าจะยังไม่รู้
พูดจบ อวิ๋นฝูก็ปล่อยมือยวี่จิ้น แล้วเริ่มตรวจดูปากกาอย่างละเอียด พยายามหาสาเหตุที่ลายมือหายไป
ยวี่จิ้นกอดอก สีหน้าหม่นหมอง
“หัวหน้าห้องครับ ผมอยู่อันดับที่เท่าไรในใจคุณ?”
ในใจเธอไม่มีที่ให้เขาเลยสักนิด ทั้งที่อยู่กับเขาแท้ ๆ แต่กลับคิดถึงคนอื่น!
“หืม?”
อวิ๋นฝูได้ยินคำถามก็ครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนตอบว่า “ที่หนึ่ง”
หลังคุณย่าจากไป บนโลกนี้ก็ไม่มีใครที่เธอใส่ใจอีกแล้ว เหตุที่ความสัมพันธ์ของเธอกับยวี่จิ้นลึกซึ้งขึ้นได้ภายในเวลาเพียงสองเดือน เป็นเพราะอวิ๋นฝูยึดเขาเป็นที่พึ่งทางใจ
อารมณ์ของยวี่จิ้นดีขึ้นเล็กน้อย “จริงเหรอ?”
อวิ๋นฝูนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าเขาหึง เธอจึงโน้มเข้าไปจุ๊บตรงมุมปากของเขา แล้วแกล้งหยอก “โกหก”
ยวี่จิ้นประคองใบหน้าอวิ๋นฝูไว้ ไม่ยอมให้เธอถอย ก่อนจะจูบตอบอย่างหนักหน่วง น้ำเสียงอู้อี้ “ผมไม่สน ยังไงก็ต้องเป็นเรื่องจริง”
