หลินหว่านเก็บของได้เยอะพอสมควร ก็ไม่คิดจะอยู่บนเขานาน
แค่เก็บสมุนไพรที่เห็นใส่กระบุงไปเรื่อยเปื่อย แล้วช่วยหลู่ซือเหนียนหามฟืนสองมัดใหญ่ ก็ค่อย ๆ เดินลงเขาอย่างช้า ๆ
หลู่ฉางเจิ้งกับเซินชุยฮวาต่างเป็นคนทำงานเก่ง ช่วงบ่ายแก่ ๆ ก็เก็บเก๋ากี้เหนือมาได้เต็มสองกระบุงใหญ่
พอเห็นสมุนไพรที่หลินหว่านตากไว้ไม่เหมือนของตัวเอง เซินชุยฮวาก็อดสงสัยไม่ได้ เข้าไปดูใกล้ ๆ
“หว่านหว่าน เจ้าทำอะไรนี่ เอ๊ะ ทำไมไม่เหมือนที่พวกเราเก็บมาได้ล่ะ”
“อันนี้เรียกว่าเก๋ากี้ป่า ก็เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งเหมือนกัน ต่อไปถ้าพวกแม่เห็น ก็เก็บได้นะ”
“อย่างนี้นี่เอง ข้ายังคิดว่าเก็บได้แต่เก๋ากี้เหนืออีก”
“อะไรที่เอามาเป็นยาได้ก็เก็บหมดแหละ ที่ไม่บอกก็กลัวพวกจำไม่ไหว”
“ก็ยังเป็นหว่านหว่านละเอียดรอบคอบ เจ้ายุ่งไปเถอะ พวกเราจะไปนึ่งสมุนไพรแล้ว”
“ได้”
หลินหว่านทำอะไรของตัวเองต่อไป ไม่ทันสังเกตสายตาของหลู่ซือเฉินที่มองเธอผ่านหน้าต่างตลอดเวลา
พอเห็นเซินชุยฮวาไปแล้ว เขาก็ผลักประตูออกมา
“น้องสะใภ้กลเม็ดเยอะจริง ๆ นะ อย่าบอกนะว่าแกล้งทำเป็นให้คนอื่นเก็บของไม่มีค่า แล้วตัวเองมัวแต่ทำของแพงกว่าอยู่ที่นี่”
หลินหว่านไม่อยากสนใจคนสมองกลวงคนนี้เลยจริง ๆ แต่ถ้าปล่อยให้คำพูดนี้แพร่ออกไป คงต้องเสียเวลาแก้ตัวอีกมาก
“ใบสั่งรับซื้อติดอยู่ที่ที่ทำการกองการผลิต เก๋ากี้เหนือราคาหนึ่งจินหนึ่งหยวนถึงหนึ่งหยวนสี่เหมา เก๋ากี้ป่าราคาสามเหมาถึงห้าเหมา
ถ้าพี่ใหญ่จะยืนยันว่าเก๋ากี้ป่าแพงกว่าเก๋ากี้เหนือ ก็ไปเก็บเอาเองสิ ไม่มีใครห้าม”
