เมือง B
พอลงจากเครื่อง ฉือหยวนก็ถูกผู้ติดตามรุมล้อมทันที
ตอนแรกฉือหยวนก็อดทนมาก แจกลายเซ็นและถ่ายรูปกับผู้ติดตาม หลี่เว่ยหรานก็ไม่ได้ห้าม ฉือหยวนเพิ่งดัง ช่วงนี้ผู้ติดตามก็กำลังกระตือรือร้น ส่วนตัวเขาก็มีความสุข แต่คาดไม่ถึงว่า ตอนแจกลายเซ็นไปได้ครึ่งทาง จู่ ๆ ก็มีผู้ติดตามคนหนึ่งยื่นมือมาดึงคอเสื้อของฉือหยวน ถ้าฉือหยวนไม่ตอบสนองไว หลบได้ทัน ปกคอเสื้อสเวตเตอร์คงถูกกระชากลงมาแล้ว
หลี่เว่ยหรานตกใจ รีบกั้นระหว่างฉือหยวนกับผู้ติดตาม แล้วให้เสี่ยวเจ้าพาฉือหยวนออกไป ชุลมุนอลหม่านอยู่พักหนึ่ง กว่าจะออกจากสนามบินได้
พอนั่งรถมาได้สักพัก หลี่เว่ยหรานถึงถอนหายใจโล่งอก
“เมื่อกี้ไม่ถูกถ่ายภาพติดใช่ไหม”
ฉือหยวนเองก็ยังใจเต้นอยู่บ้าง “อะไรนะ”
หลี่เว่ยหราน “รอยสตรอว์เบอร์รีที่คอเธอไง”
ฉือหยวน “ฉันไม่รู้”
ตอนนั้นถึงแม้จะหลบได้ทัน แต่ผู้ติดตามคนนั้นยื่นมือมาเร็วมาก ก็ยังถูกคอเสื้ออยู่ดี ฉือหยวนจึงไม่แน่ใจว่าจังหวะนั้นถูกถ่ายภาพติดหรือเปล่า
เสี่ยวเจ้าปลอบว่า “ไม่น่านะ รอย…รอยจูบนั่นมันค่อนข้างอยู่ต่ำ ตราบใดที่ยังไม่ถูกกระชากลงมาจนสุด ก็น่าจะมองไม่เห็น”
รอยจูบที่เจียงเฮ่าเฉินทิ้งไว้บนตัวฉือหยวน อยู่ใกล้ ๆ กับกระดูกไหปลาร้า สเวตเตอร์คอสูงคลุมไว้ ก็ยังมองเห็นได้ยาก
“ฉันขอดูหน่อย” หลี่เว่ยหรานยังไม่วางใจ เอื้อมมือไปจะดึงคอเสื้อฉือหยวนเพื่อตรวจสอบ
ฉือหยวนไม่ค่อยเต็มใจ แต่หลี่เว่ยหรานยืนกรานมาก สุดท้ายก็ยอมปล่อยมือ พอหลี่เว่ยหรานดึงคอเสื้อฉือหยวนออก ก็เห็นแต่รอยเขียวม่วงเต็มไปหมด หน้าเธอแทบดำ
“นี่เขาเป็นหมาหรือไง ถึงชอบแทะตรงนี้ของเธอนัก”
