วันรุ่งขึ้น ฉือหยวนก็ไปเข้าคลาสที่บริษัทอย่างว่าง่าย
ช่วงเช้าเป็นคลาสการแสดง ช่วงบ่ายเป็นคลาสเต้น ฉือหยวนยังไม่มีตารางงาน ตอนนี้จึงเข้าทุกคลาสที่เข้าได้
เจียงเฮ่าเฉินมาที่บริษัทตอนบ่าย เดินเตร่มาถึงห้องซ้อม เห็นฉือหยวนกำลังเต้นอยู่ข้างใน คิ้วก็เลิกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ดูท่าเมื่อคืนเขาจะเล่นเบาไปหน่อย ถึงได้ยังมีแรงมาเต้นได้
“ท่านประธานเจียง วันนี้มีอารมณ์มาดูศิลปินเข้าคลาส อยากเข้าไปแนะนำสักหน่อยไหมคะ” ผู้อำนวยการฝ่ายเต้นบังเอิญเดินผ่านมา เห็นเจียงเฮ่าเฉินยืนอยู่หน้าประตูก็เข้ามาทักทาย
ถึงตอนนี้เจียงเฮ่าเฉินจะไม่แสดงแล้ว แต่เขาเคยเป็นถึงนักแสดงเจ้าบทบาทผู้กวาดรางวัลครบทุกสถาบัน อีกทั้งเพิ่งเลิกแสดงไปแค่สองปี ศิลปินในบริษัทหลายคนเป็นแฟนคลับของเขา
แม้จะเลี้ยงดูฉือหยวน แต่เจียงเฮ่าเฉินก็ไม่ใช่คนที่เอาส่วนตัวมาปะปนกับงาน นอกจากเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาแล้ว เขาไม่มีทางเปิดทางพิเศษให้ฉือหยวนในด้านอื่น
“ผมแค่เดินผ่านมาดู ไม่เข้าไปหรอก” เจียงเฮ่าเฉินถามขึ้นลอย ๆ “ช่วงนี้มีเด็กดี ๆ บ้างไหม”
ผู้อำนวยการฝ่ายเต้น: “ช่วงนี้มีเด็กดีอยู่สองคนจริง ๆ คนที่อยู่ข้างในนั่นไง ชื่อฉือหยวน เซ็นสัญญาใหม่กับบริษัท หน้าตาดี ร่างกายก็คล่องแคล่ว เสียดายอายุมากแล้ว ร่างกายแข็งไปหน่อย ความยืดหยุ่นไม่พอ ถ้าอ่อนกว่านี้สักสองสามปี เป็นไอดอลร้องเต้นได้เลย”
เจียงเฮ่าเฉินพยักหน้า: “ความยืดหยุ่นไม่พอจริง ๆ”
ทุกครั้งที่กดแรงหน่อยก็ร้องเจ็บ ขี้อ้อนไม่หยุด
ผู้อำนวยการฝ่ายเต้น: “ดีหน่อยที่เขาเป็นนักแสดง เรื่องความยืดหยุ่นไม่ได้เรียกร้องสูง”
เจียงเฮ่าเฉิน: “ฝึกไว้หน่อยก็ดีนะ นักแสดงต้องเจอบทบาทหลากหลาย ถ้าได้ใช้ขึ้นมาล่ะ”
อย่างนั้นก็ค่อยฝึกเฉพาะตอนนั้นไง
