ฉือหยวนกลับถึงบ้าน หวงไข่กำลังต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ พอเห็นฉือหยวนกลับมา จึงถามว่าอยากกินด้วยไหม “กินอะไรมารึยัง จะต้มให้อีกห่อหนึ่ง”
ฉือหยวนส่ายหน้า “ไม่ล่ะ อีกหน่อยต้องเข้ากองถ่ายแล้ว ต้องรักษาหุ่น”
หวงไข่โผล่หัวออกมาจากห้องครัว ถามด้วยความดีใจว่า “นายจะได้เข้ากองแล้วเหรอ”
ฉือหยวนที่ห่อเหี่ยวมาตลอดทางอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว หยิบบทละครออกมาจากกระเป๋า “เพิ่งได้บทมาเมื่อวันนี้”
หวงไข่ “ไม่เลวนี่ ได้เล่นละครเร็วขนาดนี้ ที่นายรีบบินกลับมาเมื่อคืนก่อนน่ะ คุ้มแล้ว”
ไม่แปลกใจเลยที่คนในวงการต่างหวังให้มีคนเลี้ยงดู ทรัพยากรนี่ดีจริง ๆ
ฉือหยวนรีบแก้ไขโดยไม่รู้ตัว “ผมกลับมาไม่ใช่เพราะเรื่องนี้นะ”
หวงไข่เพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิดไป “ฉันรู้ ฉันหมายความว่า นายตั้งใจทำเพื่อคุณเจียง คุณเจียงก็ตอบแทนนาย นี่เป็นเรื่องดีนะ ก็... สมกับเป็นวิ่งเข้าหากันรึเปล่า”
ฉือหยวนนึกถึงประโยคที่ได้ยินหน้าห้องทำงานที่ว่า “เล่นลึกไม่เบาเลย” ดวงตาก็หมองลงทันที
ฉือหยวน “บทนี้เถียนเถียนเป็นคนแนะนำให้”
หวงไข่ “เถียนเถียน? พวกนายรู้จักกันตอนไลฟ์สดนั่นใช่ไหม เธอใส่ใจขนาดนี้ จะรู้ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับคุณเจียงรึเปล่า”
ฉือหยวน “ผมไม่เคยบอกใคร”
หวงไข่ “นายไม่เคยพูด ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่เคยพูด คุณเจียงให้ทรัพยากรกับนาย ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ให้เปล่า ๆ คนที่พอรู้เรื่องสืบถามนิดเดียวก็รู้แล้ว ในบริษัทเทียนอวี๋มีคนตั้งเยอะ ต้องมีคนแพร่งพรายออกไปบ้าง ยิ่งไปกว่านั้นพวกนายยังเซ็นสัญญากันด้วย”
ฉือหยวนเงียบไป
หวงไข่ถอนหายใจ เห็นสภาพฉือหยวนแบบนี้แล้วอดปลอบไม่ได้ “หยวนจื่อ ฉันว่านายต้องปรับความคิดนะ นายกับเจียงเฮ่าเฉินไม่ได้คบกันแบบแฟน นายเป็นแค่ความสัมพันธ์แบบเลี้ยงดูเพียว ๆ ถ้าข้อนี้ยังแยกแยะไม่ชัดเจน ต่อไปจะมีเรื่องแน่”
