สนามบินนานาชาติประเทศ S
เจียงเฮ่าเฉินเข็นกระเป๋าเดินทางออกมา เพิ่งพ้นประตูทางออก ก็เห็นป้ายโปสเตอร์ขนาดใหญ่
ผู้ชายบนโปสเตอร์นั้นคิ้วตาคมกริบ แววตาเฉยชาและห่างเหิน ทั้งร่างเต็มไปด้วยความเย็นชาและสง่างาม สูงส่งประหนึ่งของหรูหราที่เอื้อมไม่ถึง เข้ากับภาพลักษณ์ของนาฬิกาแบรนด์นี้ที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์ได้อย่างยิ่ง
“พี่ใหญ่”
เจียงเฮ่าเฉินมองตามเสียงไป เห็นหนุ่มชุดหนังคนหนึ่งกำลังโบกมือให้เขาอย่างกระตือรือร้น นั่นคือลูกพี่ลูกน้องของเขา เจียงเหมียน
เจียงเฮ่าเฉินเข็นกระเป๋าเดินเข้าไป พี่น้องสวมกอดกันอย่างอบอุ่น
“พี่ใหญ่ หล่อขึ้นอีกแล้ว”
“นายก็หล่อขึ้น” เจียงเฮ่าเฉินสนิทกับลูกพี่ลูกน้องที่เด็กกว่าเขาห้าปีคนนี้ดีมาตลอด
“พี่ใหญ่ เมื่อกี้มองอะไรอยู่” ตอนที่เขาเข้ามาเห็นพี่ชายยืนแหงนคอไม่รู้มองอะไร ท่วงท่าหล่อเหลาเหลือร้าย แค่ถ่ายรูปส่งเดชก็ขึ้นปกนิตยสารได้แล้ว เมื่อกี้เขาเห็นแล้วล่ะว่ามีสาว ๆ หลายคนแอบถ่าย
เจียงเหมียนพูดพลางมองไปทางที่เจียงเฮ่าเฉินยืนเมื่อครู่ เห็นป้ายโปสเตอร์บนผนังแวบหนึ่ง สีหน้าของเจียงเหมียนก็แข็งค้างไปชั่วขณะ
“พี่ใหญ่ พี่...”
เจียงเฮ่าเฉินไม่ให้โอกาสเขาพูด โยนกระเป๋าเดินทางให้เขาแล้วพูดว่า “ไปได้แล้ว กลับบ้าน”
เจียงเหมียนเห็นเขาไม่ยอมพูดต่อ ก็เลยแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น เข็นกระเป๋าเดินทางไปยังลานจอดรถ พอนั่งขึ้นรถ เจียงเฮ่าเฉินรู้สึกค่อนข้างร้อน เขาถอดเสื้อคลุมออก แล้วดึงเนกไทออก
เจียงเหมียนเพิ่งเปิดประตูรถเข้ามา ก็เห็นรอยเขี้ยวที่โผล่จากปกเสื้อของพี่ชายตน ปากก็ผิวปากออกมาอย่างไม่รู้ตัว
เจียงเฮ่าเฉินรู้สึกตัวขึ้นท่ามกลางสายตาเจ้าเล่ห์ของลูกพี่ลูกน้อง แต่ไม่ได้ปิดบัง ปล่อยให้อีกฝ่ายมองอย่างเปิดเผย
