ฉือหยวนไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเขาจะได้แสดงร่วมกับเจียงเฮ่าเฉิน แถมยังเป็นฉากคู่กันอีก
“คุณ...คุณชายเจียง” ฉือหยวนทั้งตื่นเต้นและประหม่า ร่างทั้งร่างเกร็งแน่น
หยานชวนที่กำลังหงุดหงิดอยู่แล้ว เมื่อเห็นฉือหยวนในสภาพนี้ก็ยิ่งฉุนจัดขึ้นไปอีก แต่เจียงเฮ่าเฉินบอกว่าจะซ้อมฉากกับฉือหยวน ไม่ใช่เล่นแทนเขา เขาจึงไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ
“อย่าตื่นเต้นไป” เจียงเฮ่าเฉินลูบปลอบเด็กหนุ่มเบาๆ “เดี๋ยวผมนำคุณเอง”
ประโยค “เดี๋ยวผมนำคุณเอง” สำหรับฉือหยวนแล้วคือวาจาที่สะกดจิตได้มากที่สุดในโลกหล้า ต่อให้เป็นหุบเขามีดผาภูเขาไฟ เขาก็หลับตาเดินตามไปได้
หน้ามอนิเตอร์ ผู้กำกับหรงแสดงสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ใช่ๆๆ ใช่เลย ทำหน้านี้ไว้นะ รักษาไว้เลย ฉือหยวน รักษาไว้”
พอถูกผู้กำกับตะโกนแบบนั้น ฉือหยวนกลับรู้สึกอายขึ้นมา ปลายหูที่แดงระเรื่อซ่อนอยู่ใต้เส้นผมยุ่งเหยิงราวกับกลัวใครจะเห็น
เจียงเฮ่าเฉินย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้อยู่ในระดับสายตากับเด็กหนุ่ม “เมื่อกี้ผมดูไปนิดหน่อย พอจะเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครของพวกคุณแล้ว แต่คุณช่วยเล่าให้ผมฟังอีกทีได้ไหม”
ฉือหยวนรีบพยักหน้ารัว “เซวียนหยวนจ้งคือจักรพรรดิ ส่วนผมรับบทเป็นหลิงเช่อ ทายาทตระกูลขุนศึก หลิงเช่อในวัยเด็กสูญเสียบิดาและพี่ชายไปในสนามรบเพื่อปกป้องแผ่นดิน เซวียนหยวนจ้งจึงเลี้ยงดูหลิงเช่อไว้ข้างกายตั้งแต่เล็กเพื่อสืบสายเลือดตระกูลหลิง...”
เด็กหนุ่มใช้เสียงสดใสบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างเซวียนหยวนจ้งกับหลิงเช่ออย่างละเอียด ไม่ใช่แค่จากมุมมองของตัวเอง แต่ยังอธิบายจากมุมของเซวียนหยวนจ้งอย่างพิสดารด้วย ความแม่นยำและละเอียดลออยั้น แม้แต่คนที่ไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อนก็ยังรู้ได้ถึงความตั้งใจของเด็กหนุ่ม
