เผยจี้จูงหร่วนเถาเดินจากไปอย่างไม่เร่งรีบ
ในม่านหมอก เงาร่างหนึ่งลุกขึ้นจากหลังเสาไฟฟ้า
ดวงตาของหวังเผิงสว่างวาบจนน่าขนลุก
ช่วงบ่าย หวังเผิงแบกพลั่วเหล็กที่ฉวยมาจากอาคารสำนักงานนิติบุคคล มายังใต้ต้นไม้คดงอ
หุ่นกระดาษ 11 ตัวห้อยอยู่บนกิ่งไม้ สวมผ้ากันเปื้อนกับเสื้อกล้าม ใบหน้ากลมแดงหันไปคนละทิศ
“มองอะไรกัน!” หวังเผิงเงยหน้าด่าพวกมัน “รอฉันขุดเจอทางรอดก่อนเถอะ จะรื้อพวกแกให้หมดเลย!”
สายลมพัดมา หุ่นกระดาษแกว่งไกวส่งเสียงกรอบแกรบ
หวังเผิงหดคอ มือสั่นขณะปักพลั่วลงกับพื้น “ถุย! ฉันไม่กลัวพวกแกหรอก!”
ไม่ไกลนัก หร่วนเถากับเผยจี้ยืนเคียงกันในม่านหมอก มองอยู่ห่าง ๆ
“เราไม่เข้าไปจริง ๆ เหรอ?” หร่วนเถาร้อนใจเล็กน้อย “ถ้าเจอรูปถ่าย ก็น่าจะเอาไปให้คุณยายเหวินนะ”
“ไม่ต้องรีบ” เผยจี้มองต้นไม้นั้น น้ำเสียงสงบนิ่ง “ปล่อยให้เขาขุดไป”
สิ่งที่ฝังอยู่ใต้ต้นไม้คือความลับ และเหยื่อล่อ
หวังเผิงขุดลงไปทีเดียว ดินก็เปิดเป็นหลุมตื้น ๆ อย่างรวดเร็ว
พลั่วกระทบของแข็ง ส่งเสียงโลหะทึบ ๆ
“เจอแล้ว!” ดวงตาหวังเผิงแดงก่ำ เขาคุกเข่าลงใช้มือคุ้ย ก่อนจะดึงกล่องเหล็กใบหนึ่งขึ้นมา
มันขึ้นสนิมจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นอะไร บนฝายังมีเศษกระดาษแดงซีดจางแปะอยู่ครึ่งแผ่น บนนั้นเลือนรางคล้ายตัวอักษรมงคลคู่
จู่ ๆ หุ่นกระดาษบนต้นไม้ก็ขยับ
คอของหุ่นกระดาษส่งเสียงเสียดสีแผ่วเบาราวกับกระดาษถูไถ ใบหน้ากลมแดงค่อย ๆ หันลงมาทางใต้ต้นไม้
ดวงตาที่วาดไว้ทั้ง 11 คู่ จ้องเขม็งไปยังหวังเผิงพร้อมกัน
สายลมหยุดพัด
ชิงช้าซึ่งอยู่ไกลออกไปส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดหนึ่งครั้ง ทั่วทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของหวังเผิง
หวังเผิงยัดกล่องเหล็กไว้แนบอก “ฮ่า ๆ ๆ เจอแล้ว ฉันไม่ต้องตายแล้ว!”
เขางัดฝากล่องออก ข้างในมีรูปถ่ายขาวดำใบหนึ่ง
รูปถูกเคลือบพลาสติกไว้ ขอบทั้งสี่ด้านไหม้เกรียมเป็นวง
ในภาพเป็นกลุ่มคนยืนถ่ายรูปร่วมกันตรงลานกลาง อาคารแขวนโคมแดงไว้เต็มไปหมด ทุกคนล้วนยิ้มแย้ม
หวังเผิงยังดูไม่ทันชัด เชือกแดง 11 เส้นก็ห้อยลงมาจากต้นไม้โดยไร้เสียง พันรอบข้อมือเขาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็รัดคอ มุดเข้าไปใต้เสื้อผ้า
“อ๊าก!”
หวังเผิงถูกยกขึ้นจากพื้น ขาทั้งสองดิ้นพล่าน
