“แล้วเจ้าบ่าวล่ะ?”
“ไม่มีเจ้าบ่าว” คุณยายเหวินกล่าว “หุ่นกระดาษถูกทำขึ้นใหม่ทุกปี แต่พิธีกราบไหว้ฟ้าดินก็ไม่มีวันสำเร็จ”
หร่วนเถาเงียบไปนาน
“คุณยาย” เธอเอ่ยอย่างจริงจัง “ฉันเคยรับปากซิ่วซิ่วไว้ ว่าจะเป็นแม่สื่อช่วยหวีผมให้เธอ”
คุณยายเหวินมองเธอ
“ครั้งนี้ ฉันจะหวีผมให้เธอแทนคุณยายเอง”
หลังเคาน์เตอร์ ดวงตาเรียวเล็กของคุณยายเหวินมีรอยน้ำสองสาย ไหลลงมาตามลายเส้นที่พิมพ์อยู่บนใบหน้าอย่างช้า ๆ
หร่วนเถากับเผยจี้เดินออกจากอาคารสำนักงานนิติบุคคล
ฟ้าเริ่มมืด หมอกหวนกลับมาปกคลุมอีกครั้ง
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังอาคารหมายเลข 6 ตามเวลา คุณชายเงาเดินตามติดอยู่ข้างเท้าหร่วนเถา
วันนี้มันดูกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ บางครั้งยังเดินอ้อมไปข้างหน้าเพื่อสำรวจเส้นทางให้หร่วนเถา
“เผยจี้” จู่ ๆ หร่วนเถาก็เอ่ยขึ้น
“หืม?”
“คุณคิดว่าใครเป็นคนวางเพลิง?”
เผยจี้มองโครงร่างอาคารหมายเลข 6 ที่อยู่ลึกเข้าไปในหมอก ก่อนตอบเสียงเรียบ “บางที มะรืนนี้เราก็จะรู้คำตอบ”
โถงชั้นล่างของอาคารหมายเลข 6
ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามา ก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศไม่ชอบมาพากล
ผู้เล่นที่เหลือนั่งอยู่ในโถง พอเห็นพวกเขาเข้ามา ทุกคนก็จับจ้องกล่องเหล็กในอ้อมแขนของหร่วนเถา
พี่ดาบลุกขึ้น ดวงตาเป็นประกาย “พวกคุณหารูปเจอจริง ๆ เหรอ?”
“อืม” หร่วนเถากอดกล่องเหล็กไว้ “เอาไปให้คุณยายเหวินแล้ว คุณยายดีใจมาก เล่าเรื่องวันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสองให้พวกเราฟังทั้งหมดเลย”
“เล่าอะไรบ้าง?” พี่ดาบถามต่อ เสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว “บอกฉันตั้งแต่ต้นจนจบ อย่าตกหล่นแม้แต่คำเดียว”
หร่วนเถาไม่คิดปิดบัง
เธอเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภาพถ่ายใบนั้นให้ทุกคนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
โถงเงียบลงเรื่อย ๆ เงียบเสียจนได้ยินเสียงกระแสไฟในหลอดไฟ
ใบหน้าของหลินเสี่ยวหม่านค่อย ๆ ซีดลง
แม้แต่คนอย่างพี่ดาบที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ลูกกระเดือกยังขยับกลืนน้ำลาย
“ถ้าอย่างนั้น…” หลินเสี่ยวหม่านถามเสียงสั่น “อาคารที่พวกเราอยู่ หุ่นกระดาษที่แขวนอยู่ด้านนอก เงาที่ตรงหน้าต่าง…ทั้งหมดเป็นคนที่มาร่วมงานแต่งในปีนั้นหรือ?”
เผยจี้เอ่ยขึ้นกะทันหัน “เป็นคนที่มองเจ้าสาวลงโลงอย่างเย็นชา แล้วยังปรบมือให้ด้วย”
