“ใครอยากออกจากสวนสนุก ก็ไปได้เลย” หยวนหยวนกล่าว
เงานับไม่ถ้วนบนผิวน้ำค้อมกายลงทางแท่นสูง ก่อนจะสลายหายไปในราตรี
สวนสนุกทั้งแห่งพลันว่างลงไปกว่าครึ่ง
“ไม่ได้!” แม่พุ่งเข้ามา “ปล่อยพวกเขาไปแล้ว แล้วลูกจะทำยังไง? หยวนหยวน ถ้าเหลือลูกคนเดียวจะทำยังไง?”
หมีขยับมือขวางเธอไว้
“ปล่อยให้เขาตัดสินใจเองสักครั้งเถอะ” ชายคนนั้นกล่าว “เขามีความคิดของตัวเอง”
แม่จ้องเขานิ่งงัน จู่ ๆ ขาก็อ่อนแรง ทรุดนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้โฮ
หร่วนเถารับปากคนอื่นไว้ จึงถามหยวนหยวนว่า “บนชิงช้าสวรรค์มีพี่ชายคนหนึ่ง เขาชื่ออะไร เธอรู้ไหม?”
“เฉินนั่ว เป็นเด็กกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาในสวนสนุก” หยวนหยวนจำได้แม่นว่าเขาไม่ยอมลงมาเอง “เขาบอกว่าถ้าลงไป ก็จะรอพี่ชายไม่ทัน”
“พี่ชายเขาอยู่ที่ไหน?” หร่วนเถาชี้ไปยังผิวน้ำ “พี่ชายเขาชื่อเฉินรั่ง ตามหาเขามาหลายปีแล้ว”
“อยู่ในทะเลสาบ...” หยวนหยวนพึมพำ “มิน่าล่ะ ถึงหาเจ้าคนที่พายเรือส่งจดหมายไม่เจอสักที”
เขาตบมือหนึ่งครั้ง ชิงช้าสวรรค์ที่หมุนไม่หยุดก็หยุดลงในที่สุด
ประตูตู้โดยสารเปิดออก ร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งก้าวลงมา
เฉินนั่วยืนอยู่ใต้แสงไฟ กวาดตามองไปรอบตัวอย่างงุนงง
เฉินรั่งที่เปียกโชกไปทั้งตัวพุ่งออกมาจากม่านหมอกเหนือทะเลสาบ แล้วกอดเขาไว้แน่น
หยวนหยวนเดินกลับไปยังแท่นสูง สวมมงกุฎกระดาษ
“เผยจี้ นายสวมเนกไทของพ่อฉันอยู่”
“ตามกฎแล้ว หัวหน้าครอบครัวต้องให้คนที่อาวุโสที่สุดในบ้านรับรอง” หยวนหยวนตบอก “ในสวนสนุกนี้ ฉันใหญ่ที่สุด”
