นับตั้งแต่หร่วนเถากับพวกเข้าไปในปราสาทของเล่น ผู้เล่นที่เหลืออีก 7 คนก็นั่งอยู่บนม้านั่งยาว เตรียมอดทนรอจนถึงค่ำ
ช่วงแรกความหิวก็ยังพอทนได้ แต่พอผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ท้องของฟางจู๋ก็เริ่มร้อง
“รถขายอาหารอยู่ฝั่งตรงข้าม” เหล่าโจวพยักพเยิดไปยังอีกฟากของลานกว้าง
ตรงนั้นมีรถขายอาหารสีขาวจอดอยู่ ป้ายเขียนว่า: อาหารในสวนสนุก ซื่อตรงไม่หลอกลวง
พนักงานขายยืนนิ่งอยู่หลังรถขายอาหาร
“นายไปซื้อสิ” เหล่าโจวสะกิดฟางจู๋
“ทำไมฉันต้องไป?” ฟางจู๋เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “นายเป็นหัวหน้าทีม นายไปสิ”
“หัวหน้าทีมมีหน้าที่ดูแลภาพรวม ไม่ใช่ทำงานจิปาถะ” เหล่าโจวเถียงอย่างเต็มปากเต็มคำ
เห็นฟางจู๋ไม่ยอม เหล่าโจวจึงชี้ไปอีกคน “หานตง นายไป นายยังหนุ่ม”
“ขาฉันมีแผล” หานตงถกขากางเกงขึ้น แผลที่ถูกมีดบินกรีดไว้ยังมีเลือดซึมออกมาเป็นหยด “ดูสิ นี่เป็นแผลจากการทำงาน”
“ซูซู...”
“ฉันไม่กล้า” ซูซูส่ายหน้ารัวเหมือนกลองป๋องแป๋ง กอดเข่าหดตัวเป็นก้อน
“พนักงานขายคนนั้นจ้องพวกเราอยู่ตลอด แถมไม่ขยับเลยสักนิด”
เหล่าโจวแทบอยากจะเคี่ยวเข็ญให้ได้ดั่งใจ
“กานหลิน...”
“ฉันไปเอง” กานหลินลุกขึ้น
“เดี๋ยวก่อน” ซ่งลี่กดไหล่กานหลินไว้ พลางจับจ้องรถขายอาหาร
“ป้ายเขียนว่าอาหารในสวนสนุกก็จริง แต่รถคันนี้ไม่ได้อยู่ในกำหนดการของเครื่องเล่นไหนเลย”
“มื้อกลางวันเมื่อวานอยู่ที่บ้านถ่ายภาพครอบครัว วันนี้อยู่ที่ปราสาทของเล่น ระบบจะจัดหาอาหารมาให้โดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง”
“อาหารจะมีให้เฉพาะในเครื่องเล่นเท่านั้น” ไป๋ลู่เห็นด้วย “จู่ ๆ มีรถขายอาหารโผล่มานอกเครื่องเล่น นายกล้ากินหรือ?”
ลูกกระเดือกของกานหลินขยับ ก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง
