บทที่ 26 หลินจินเป่าเป็นคนบอกให้พวกเราทำแบบนี้
“พวกเขาเคยคิดบ้างไหมว่าฉันจะเป็นยังไง ตอนนี้ฉันกำลังท้อง ทำงานหนักได้ไม่เท่าไรอยู่แล้ว เงินกับเสบียงของฉันยังถูกขโมยอีก พวกเขาอยากให้ฉันตายหรือไง พวกเขาทำกับฉันขนาดนี้แล้ว ฉันยังต้องเกรงใจพวกเขาอีกหรือ หัวหน้าหมู่บ้าน ความดีแบบโง่ ๆ นี่ฉันทำไม่ไหวหรอก ไม่พูดแล้ว เมื่อวานฉันแจ้งพวกเขาไปแล้ว ไม่ใช่ฉันไม่ให้โอกาส แต่พวกเขาไม่เอาโอกาสนั้นเอง”
หลินเยว่เอ๋อพูดจบก็เดินกลับไป คราวนี้เธอเดินนำหน้า ส่วนเด็ก ๆ ที่ร่วมก่อเรื่องเมื่อวานต่างก็แอบมองเธอทีละคน
พูดตามตรง พวกเขาเริ่มกังวลขึ้นมาบ้างแล้ว
“โหว่ตั้ง นายว่าเธอจะไปแจ้งตำรวจจริง ๆ ไหม”
เด็กชายวัยเก้าขวบคนหนึ่งชื่อกังจื่อดึงแขนเพื่อนที่ร่วมก่อเรื่องเมื่อวาน แล้วถามด้วยความประหม่า
“ไม่รู้สิ แต่เมื่อวานพี่จินเป่าบอกไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องกลัวเธอ”
คำพูดของเด็กสองคนลอยไปถึงหูคุณยายที่อยู่ข้างหลังพอดี
“พวกแกสองคนพูดอะไรกัน จินเป่าอะไร พวกแกไปทำอะไรมา”
พอหญิงชราได้ยินก็รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เมื่อบ่ายวานหลินเยว่เอ๋อประกาศผ่านลำโพงกลางหมู่บ้านว่าบ้านของเธอถูกขโมย เงินที่หายไปมีตั้งหนึ่งร้อยหยวนกับแป้งผสมข้าวโพด
ก่อนหน้านี้แกยังคุยกับเพื่อนวัยเดียวกันอยู่เลยว่าหลินเยว่เอ๋อมีเงินไม่น้อย คงเป็นเงินที่คุณเยาวชนผู้มีการศึกษากู้ทิ้งไว้ให้ตอนจากไป ไม่คิดว่าจะมาได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากหลานตัวเอง
กังจื่อกับโหว่ตั้งถูกคุณยายจับหูคนละข้าง แถมยังโดนเตะไปคนละที
