“ช้าหน่อย”
เสียงของเฮ่อหรานดังมาจากด้านข้าง
สวี่จินอันเพิ่งก้าวขึ้นบันไดเลื่อน ก็รู้สึกว่าข้อศอกถูกเขาประคองไว้เบา ๆ ผู้คนเดินเข้าออกตรงทางเข้าห้างกันขวักไขว่ น้ำฝนถูกพื้นรองเท้าเหยียบพาเข้ามาตลอดทาง ทิ้งรอยเปียกเลอะเทอะไว้บนพื้นกระเบื้องสีอ่อน โดยเฉพาะบริเวณใกล้บันไดเลื่อนที่ลื่นเป็นพิเศษ
เธอก้มมองพื้นตรงหน้า แล้วกอดสมุดสัมภาษณ์แนบอกแน่นขึ้นเล็กน้อย
“รู้แล้วค่ะ ผู้ช่วยเฮ่อ”
เฮ่อหรานเหลือบมองเธอ “เพิ่งเริ่มงานก็ไม่ฟังคำผู้ช่วยแล้วหรือ?”
“ผู้ช่วยตัวจริงอยู่ข้างหลังค่ะ”
สวี่จินอันบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลัง
ซงซงกำลังกอดกระเป๋าของเธอเดินมากับทีมรายการ พอได้ยินก็รีบตะโกนตอบมาจากไกล ๆ “ใช่ ฉันมีตำแหน่งประจำด้วยนะ”
คนรอบข้างพากันหัวเราะ
ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเมื่อตอนอยู่ชั้นล่างแล้วได้ยินเสียงทึบ ๆ ดังขึ้นหลายครั้งก็คลายลงเล็กน้อย
แต่เมื่อบันไดเลื่อนค่อย ๆ พาพวกเขาขึ้นไป เสียงต่าง ๆ ภายในห้างก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ความผ่อนคลายเพียงนิดเดียวจึงถูกความรู้สึกแปลกใหม่และสมจริงอีกแบบกลบไปอย่างรวดเร็ว
ชั้นสองยังมีร้านค้าที่ยังเปิดให้บริการตามปกติอยู่ไม่น้อย แม้จะเป็นเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ก็เริ่มมีลูกค้าเข้าออกกันแล้ว แต่พอขึ้นไปอีกชั้น จำนวนคนที่ยืนมุงดูก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บ้างยืนอยู่ข้างราวกั้นมองลงไปยังชั้นสาม บ้างก็ลดเสียงลงกระซิบคุยกัน คำพูดขาด ๆ หาย ๆ ลอยผ่านมาพร้อมกับบันไดเลื่อน
“ยังทุบกันอยู่เหรอ?”
“ก็ร้านที่ปิดไปแล้วนั่นไง”
“ได้ยินว่าขาดทุนไปตั้งเยอะ”
“ไม่ใช่ว่าคืนพื้นที่ไปแล้วหรอกหรือ?”
“แล้วทำไมยังปล่อยให้เขาเข้าไปล่ะ?”
สวี่จินอันไม่ได้จงใจจดจำคำพูดเหล่านั้น
คำร่ำลือในที่เกิดเหตุที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน นับเป็นได้แค่เบาะแส ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
