สายตาของเฮ่อหรานจับอยู่ที่ใบหน้าของเธอตลอด
“ไม่ใช่ทั้งหมดงั้นเหรอ?”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแววซักไซ้มากนัก แถมยังเนิบช้าเหมือนทุกวัน แต่สวี่จินอันกลับได้ยินความจริงจังอยู่ในนั้น
สวี่จินอันหลุบตาลง ปลายนิ้วไล้ขอบการ์ดเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว
การ์ดใบนี้เธอคัดใหม่เมื่อคืน
ตอนแรกเธอเขียนไว้ในบันทึกของโทรศัพท์ จากนั้นก็ลบแล้วแก้ซ้ำไปมา ตัดประโยคที่หวานเลี่ยนเกินไปออก แก้ประโยคที่ฟังเหมือนบทพูดในรายการเกินไป สุดท้ายทุกประโยคที่เหลือจึงผ่านการคิดทบทวนมาอย่างดี
เดิมทีเธอคิดว่าแค่พูดตามเนื้อหาที่เตรียมไว้ให้จบก็พอ
แต่พอได้มายืนต่อหน้าเฮ่อหรานจริง ๆ กลับรู้สึกขึ้นมาว่าคำสารภาพรักพวกนั้นเรียบร้อยเกินไป
เรียบร้อยจนไม่เหมือนความรู้สึกของเธอในตอนนี้เลย
สวี่จินอันยังคงเริ่มพูดตามแผนเดิม
“คุณเฮ่อหราน”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น เสียงจุกจิกแผ่วเบาที่มีอยู่ในระเบียงทางเดินก็เงียบลงตามไปด้วย
ผู้กำกับที่ถ่ายติดตามยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทีมงานที่กำลังขยับตำแหน่งอยู่ด้านหลังก็หยุดเดินทันที กล้องประจำที่ยังคงทำงานเงียบ ๆ ช่างกล้องไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้เกินไป เพียงประคองกล้องให้อยู่ระหว่างทั้งสองคนอย่างมั่นคง
ซงซงที่ถือกระเป๋าของสวี่จินอันยืนอยู่ข้างจอมอนิเตอร์ พลอยกลั้นหายใจตามไปด้วย
แน่นอนว่าเธอรู้ว่าวันนี้มีช่วงสารภาพรักตอนท้าย
แผนรายการผ่านการอนุมัติมาล่วงหน้า แม้แต่ทีมผู้กำกับก็หารือกันแล้วว่าจะถ่ายช่วงนี้อย่างไรให้ดูเป็นธรรมชาติ แต่พอมาถึงหน้างานจริง ๆ เธอกลับรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่เหมือนกับขั้นตอนที่เธอซ้อมล่วงหน้าเลยสักนิด
