คุณท่านซืออาวุโสถอนหายใจ “สถานการณ์ภายในประเทศวุ่นวายมาก คนพวกนี้ยังคอยขัดแข้งขัดขากันเองไม่เลิก”
“ก็ช่วยไม่ได้ ใคร ๆ ก็สนใจแต่ผลประโยชน์เล็กน้อยตรงหน้า” ซือหมิงพูดพลางมองออกไปข้างนอก
“ตระกูลหลิวจะยอมยกที่นาให้ไหม” คุณท่านซืออาวุโสมองเขาพลางถาม
“ถ้ายอมยกให้ ฉันก็จะปล่อยตัวเขากลับไป ให้เขาไปคิดบัญชีกับเพ่ยจิ้งหมิง อย่างไรฉันก็บอกไปแล้วว่าข่าวนี้ได้มาจากคนที่ไปติดต่อกับเขา”
“ถ้าไม่ยอม ฉันก็ฆ่าทิ้งเสีย อย่างไรตระกูลหลิวก็ไม่ได้คิดอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา ปล่อยไว้ช้าก็เป็นภัย” ซือหมิงไม่เคยใจอ่อนกับเรื่องแบบนี้
ที่ยังเก็บหลิวจิ้งเฉิงไว้ นอกจากจะต้องการลอกหนังตระกูลหลิวออกมาสักชั้นแล้ว ยังอยากให้เขาไปหาเรื่องเพ่ยจิ้งหมิง จะได้ไม่ปล่อยให้เจ้าหมอนั่นว่างเกินไป
อีกอย่าง เขายังต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู เตือนตระกูลใหญ่ทั้งหลายในเมืองเป่ยหยางเสียหน่อย
คุณท่านซืออาวุโสวางบัตรเชิญลงตรงหน้าเขา “ศุลกากรเพิ่งส่งมา”
ซือหมิงหยิบขึ้นมาเปิดดูผ่าน ๆ “งานเลี้ยงหรือ”
“อืม อ้างว่าเป็นวันเกิดของอนุภรรยา คงอยากกอบโกยอีกสักครั้งก่อนลงจากตำแหน่ง” คุณท่านซืออาวุโสมองเรื่องนี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
“เขาอยากกอบโกยก็เป็นเรื่องดี กลัวก็แต่เขาจะไม่กอบโกย เพียงแต่เบื้องบนยังไม่ยอมเปิดเผยว่าใครจะมารับตำแหน่งหัวหน้าศุลกากรคนต่อไป ทำให้รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก”
ซือหมิงมองบัตรเชิญในมือ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
