คุณท่านซืออาวุโสกับซือเทียนรอจนพ่อบ้านจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปนั่งข้างเขา
“พี่ใหญ่ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ซือเทียนมองคนที่ยังคงใจเย็น
“ข้าวสารกลายเป็นข้าวใหม่ ส่วนข้าวของตระกูลหลิวไม่รู้เกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็ขึ้นราและเน่าเสียทั้งหมดภายในคืนเดียว”
ซือหมิงพูดจบก็มองทั้งสองคน ก่อนเผยรอยยิ้มบาง ๆ “นอกจากนี้ ผมยังปล่อยข่าวออกไปว่าตระกูลหลิวมีข้าวอยู่แต่ไม่ยอมขาย”
“ตอนนี้ชาวเมืองพากันไปทุบทำลายร้านค้าของตระกูลหลิว ถึงกับต้องให้คนจากสถานีตำรวจออกมาระงับเหตุ”
คุณท่านซืออาวุโสฟังแล้วก็ชะงักไป “ที่เจ้าพูดหมายถึง ข้าวเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ หรือ”
“คุณท่านครับ เปลี่ยนจริง ๆ ตอนเช้าผมไปดูก็กลายเป็นข้าวใหม่หมดแล้ว รวมถึงข้าวที่ขนมาส่งเพิ่มวันนี้ก็กลายเป็นข้าวใหม่ทั้งหมดเช่นกัน”
รองผู้ช่วยฉีพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตอนนี้เจ้าคิดจะแจกจ่ายข้าวพวกนี้หรือ” คุณท่านซืออาวุโสนึกถึงเรื่องที่จวนจวนทำเมื่อวาน จึงไม่ซักถามอะไรต่อและยังคงใจเย็น
“ไม่ครับ ผมจะขาย ขายตามราคาปกติ ข้าวสารพวกนี้เป็นข้าวชั้นหนึ่งทั้งหมด ตั้งราคาถังละสิบแปดเหรียญเงิน”
“ผมเองก็ขาดเงิน ถึงจะทำกำไรจากตระกูลหลิวมาได้บ้าง แต่ยุคนี้ใครบ้างจะรังเกียจเงินตัวเองมากเกินไป ข้าวพวกนี้ผมก็ซื้อมาโดยจ่ายเงินจริงเหมือนกัน”
เดิมทีซือหมิงคิดจะแจกข้าว แต่พอคิดดูแล้วก็เห็นว่าไม่ควรทำเช่นนั้น จึงเปลี่ยนใจ
