คุณท่านหลิวยิ้มคลี่คลายสถานการณ์ “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นวันหลังเราค่อยมาเล่นกันใหม่”
ท่านลุกขึ้นไปส่งเพื่อนเล่นไพ่ทั้งสองออกไปหน้าบ้าน “วันนี้พวกคุณพกเงินมาน้อยจริง ๆ”
“เราจะไปรู้ได้ยังไงว่าวันนี้เธอจะมือขึ้นขนาดนี้ เล่นไพ่กับเธอมาตั้งหลายปี เคยเห็นเธอชนะเงินกลับไปตอนไหนบ้างล่ะ” คุณท่านจางพึมพำบ่นสองสามคำ
“คนเราก็ต้องมีวันที่มือขึ้นกันบ้างสิ” คุณท่านหลิวยิ้มพลางส่งพวกเขาออกไป
คุณท่านซืออาวุโสเดินไปหาของรักทั้งสองของตน แต่กลับเห็นเด็กสองคนกำลังเล่นกันอยู่ตามลำพัง ดวงตาท่านหรี่ลงเล็กน้อย
“คุณย่าเล่นไพ่เสร็จแล้วหรือครับ” ซือจินเฉินมองท่านอย่างประหลาดใจ
คงไม่ได้เสียเงินจนหมดกระเป๋าแล้วหรอกนะ
คุณท่านซืออาวุโสเห็นสีหน้าของเขาก็รู้ทันทีว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เดาว่าเจ้าตัวเล็กคงเล่าให้จวนจวนฟังว่าท่านเล่นพนันทีไรก็แพ้ทุกที
“เสร็จแล้วจ้ะ ย่าจะโทรเรียกคนขับรถมารับ วันนี้ยังเช้าอยู่ ย่าจะพาพวกหนูไปที่ร้านของอารอง ตัดชุดใหม่กันสักสองสามชุด”
จวนจวนหันมามองท่าน ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วถามเสียงเบา “คุณย่าชนะเงินมาเยอะแยะเลยหรือคะ”
คุณท่านซืออาวุโสยื่นมือไปบีบจมูกเล็ก ๆ ของเธอ “มีแต่หนูนี่แหละที่หัวไว”
“นาน ๆ จะมาเยี่ยมสักครั้ง ทำไมไม่อยู่ต่ออีกหน่อยล่ะ” คุณท่านหลิวส่งแขกกลับมา ก็ได้ยินว่าท่านโทรเรียกคนขับรถมารับแล้ว
“ฉันว่าจะพาเจ้าตัวเล็กสองคนที่บ้านไปตัดเสื้อสักชุดน่ะ” คุณท่านซืออาวุโสยิ้มบาง ๆ
คุณท่านหลิวเดินไปหยุดตรงหน้าซือจินเฉิน แล้วก้มตัวลงเล็กน้อย “หนานเฉิน พี่ชายทั้งสองคนยังไม่รู้ความ หนูอย่าไปถือสาพวกเขาเลยนะ เดี๋ยวย่าหลิวจะไปสั่งสอนพวกเขาเอง”
