“คุณยายคนสวยมีกลิ่นหอมเหมือนน้องชูชูเลย” จวนจวนพยายามคิดอยู่นาน แต่ก็นึกคำบรรยายไม่ออก
“กลิ่นหมึกหรือเปล่า” ซือจินเฉินหันมาถามเธอ
“ไม่รู้สิ! จวนจวนไม่เคยได้กลิ่นหมึกเลย” จวนจวนพูดจบก็ยิ้มแฉ่ง เผยให้เห็นฟันซี่เล็ก ๆ
เจี้ยนเมิ่งหลานยิ้มอย่างเอ็นดู “เป็นเด็กฉลาดจริง ๆ”
“หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ฉันตามหา ฉันจะสอนเด็ก ๆ ในบ้านของคุณตามที่ตกลงกันไว้” เหยียนอานชิงเดินออกมาจากห้อง แล้วมองเด็กทั้งสองในลานบ้าน
“มีแค่สองคนนี้หรือ” เขากวาดตามองเด็กทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้า
ซือหมิงลุกขึ้นคำนับ “ใช่ครับ ตอนนี้ที่บ้านมีเด็กอยู่แค่สองคนนี้”
“อืม ส่งมาเรียนกับฉันวันละหนึ่งชั่วยาม” เหยียนอานชิงพูดจบก็หันหลังเตรียมเดินกลับเข้าห้อง
“ตาแก่ ทำไมไม่ยิ้มให้เด็ก ๆ สักหน่อย เด็กสองคนยังเล็กขนาดนี้ คุณทำแบบนี้แล้วพ่อแม่เขาจะวางใจส่งมาที่นี่ได้ยังไง”
เจี้ยนเมิ่งหลานลุกขึ้นดึงเขากลับมา แล้วชี้ไปทางเด็กทั้งสองพลางซักถาม
“ได้ ๆ ฉันไปสอนที่บ้านพวกเขาก็ได้! ทำไมคุณถึงชอบเข้าข้างคนนอกนักนะ” เหยียนอานชิงยกมือยอมแพ้ให้ภรรยา
“แบบนี้ค่อยสมกับเป็นคุณหน่อย ต่อไปคุณไปสอนเด็กสองคนที่จวนผู้บัญชาการทหารทุกวัน จะไม่กลับมาก็ได้” เจี้ยนเมิ่งหลานมองเขาพลางพูด
“ฉันไม่กลับมา แล้วจะปล่อยให้คุณอยู่ที่นี่คนเดียวหรือไง” เหยียนอานชิงโมโหจนหนวดสั่น ดวงตาเบิกกว้าง
“คุณไม่กลับมา ฉันก็ไม่ต้องคอยปรนนิบัติคุณ ไม่ต้องทำอาหารให้คุณกินด้วย” เจี้ยนเมิ่งหลานพูดอย่างสบายอกสบายใจ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
