ในตรอก ซูเหม่ยวิ่งไปพร้อมกับฟู่เฉิน แต่พอลับมุมหนึ่ง ซูเหม่ยกลับมองไม่เห็นเงาของฟู่เฉินแล้ว
แขนของเธอเจ็บมาก แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรง อ่อนปวกเปียกไม่เป็นใจ
“ทางนั้น!”
เสียงฝีเท้าถี่กระชั้นดังมาจากด้านหลัง ซูเหม่ยหายใจขัด
เธอใช้แรงทั้งหมดวิ่ง แต่สมองเหมือนเครื่องจักรขึ้นสนิม ตื้อไปหมด เท้าแทบไม่ฟังคำสั่ง
“ฟู่เฉิน”
ซูเหม่ยร้อนใจจนน้ำตาไหล แต่ในตรอกมีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิว ไม่มีใครตอบเธอ ร่างกายของเธอสั่นเทาไปทั้งตัว
“พี่จาง ทางนี้มีคน!”
ซูเหม่ยหันมองด้วยความหวาดกลัว เห็นตำรวจหลายนายวิ่งกรูเข้ามา เธอจะวิ่งหนีโดยสัญชาตญาณ ยังไม่ทันก้าวขา ก็ได้ยินเสียงตำรวจตวาดเฉียบขาด “ตำรวจ อย่าขยับ!”
เสี่ยวจางรีบพุ่งเข้าไปจับแขนไขว้หลังกดซูเหม่ยติดกำแพง ซูเหม่ยดิ้นรนตามสัญชาตญาณ แต่ถูกเสี่ยวจางออกแรงกดไว้แน่น “หนี หนีอีกสิ!”
ซูเหม่ยหน้าซีด ริมฝีปากสั่น อยากพูดอะไร แต่คนอื่นก็ตามมาสมทบ คนกลุ่มใหญ่จ้องมองเธอตาเขม็ง
เธอรู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมา
“พวก คุณจะจับฉันทำไม?”
“ทำไม กลับไปค่อยบอก พาตัวไป”
ซูเหม่ยไม่มีโอกาสอธิบายด้วยซ้ำ ถูกจับบิดแขนพาตัวไปทันที
ตอนนี้ หน้าประตูลานบ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบ มีเพื่อนบ้านหลายคนยื่นหน้ามอง
“นั่นตำรวจเหรอ?”
“พระเจ้า ในที่สุดก็มีคนมาจัดการพวกแม่มดทำแท้งได้สักที”
“ถุย! ฟ้าดินไม่ให้อภัย”
ขณะเดียวกัน ในลานบ้าน หร่วนเสี่ยวชุนรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว แม้จะเป็นหน้าร้อนจ้าอย่างไร เหงื่อเย็นก็ยังไหลลงมาพรวด ๆ
