หลังอาหารเย็น ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
สวี่จาวจาวยืนอยู่ในลานบ้านครู่หนึ่ง สายลมเย็นยามค่ำคืนในฤดูร้อนพัดไล่ความร้อนอบอ้าวที่สะสมมาตลอดวัน แต่ร่างกายเธอยังเหนียวเหนอะหนะ เธอยกมือขึ้นดมเสื้อผ้า นอกจากกลิ่นเหงื่อแล้วยังมีกลิ่นอื่น ๆ ปะปนอยู่ด้วย
ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยถามว่ามีน้ำอาบหรือไม่ โจวจินฮวาก็มองออกว่าเธอกำลังคิดอะไร
“ลูกสาว อยากอาบน้ำแล้วใช่ไหม?” โจวจินฮวาพูดพลางยิ้ม “นั่งรถมาหลายวันคงเหนื่อยมาก อาบน้ำสักหน่อยจะได้สบายตัวขึ้น”
“เจี้ยนเย่!”
สวี่เจี้ยนเย่ที่กำลังเก็บกวาดและล้างหม้อเงยหน้าขึ้น “ครับ!”
“ล้างหม้อให้สะอาดแล้วต้มน้ำร้อนสักหม้อ ให้น้องสาวอาบน้ำให้สบายตัว”
“ได้ครับ”
ที่บ้านขาดแคลนทุกอย่าง ยกเว้นฟืน
โจวจินฮวาพูดว่า “จาวจาว นั่งรอไปก่อนนะ พอน้ำเดือดก็อาบได้แล้ว”
“จริงสิ เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วยหรือเปล่า?”
สวี่จาวจาวตอบว่า “แม่ ลูกเอามาแล้ว”
สวี่จาวจาวหาที่นั่งในลานบ้านตามสบาย ท้องฟ้ายามค่ำคืนในชนบทมีดวงดาวส่องสว่าง ต่างจากในเมืองโดยสิ้นเชิง ทั้งยังได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องด้วย
สวี่เจี้ยนกั๋วกำลังผ่าฟืนอยู่ในลานบ้าน
เขาถอดเสื้อ เผยให้เห็นแผ่นหลังแข็งแรง เหงื่อไหลลงมาตามแผ่นหลัง ขณะที่ขวานในมือฟาดขึ้นลง ท่อนไม้ก็แตกออกเป็นสองซีกตามแรงกระแทก
สวี่จาวจาวมองดูเงียบ ๆ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ขาของสวี่เจี้ยนกั๋วโดยไม่รู้ตัว
เวลาเดิน ขาของสวี่เจี้ยนกั๋วดูไม่เป็นธรรมชาติ ขาซ้ายก้าวหนักกว่าขาขวา ตอนวางเท้าก็ลากเล็กน้อย ทำให้ยามเดินมีจังหวะหนักเบาไม่เท่ากัน
