สวี่จาวจาวถกแขนเสื้อขึ้น แล้วบอกให้เสิ่นจี้หาที่นั่งรอ
เสิ่นจี้จ้องมองเธอตาไม่กะพริบ สวี่จาวจาวอยากรู้จริง ๆ ว่าเขาโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่
สวี่จาวจาวชี้ไปยังที่ร่มแห่งหนึ่ง “นี่ นายนั่งรออยู่ตรงนี้ดี ๆ นะ รอฉันแป๊บหนึ่ง ห้ามไปไหนล่ะ”
คราวนี้เขาฟังเข้าใจ
ชายร่างสูงใหญ่เดินไปนั่งลงอย่างเรียบร้อย
ดวงตาคู่นั้นจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของสวี่จาวจาวไม่กะพริบ เธออยู่ตรงไหน สายตาเขาก็อยู่ตรงนั้น
สวี่จาวจาว “.....”
ถูกจ้องเขม็งแบบนี้ เธอรู้สึกอึดอัดจริง ๆ! แต่ถ้าพูดกับเขา เขาก็คงแค่จ้องเธอด้วยดวงตากลมโตคู่นั้น พูดไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่พูดเสียยังดีกว่า
สวี่จาวจาวส่ายหน้า แล้วรีบหาอาหารที่กินได้ต่อ
เธอมองไปรอบ ๆ แล้วพบว่ามีร่องรอยถูกขุดอยู่หลายแห่งในป่า น่าจะเป็นฝีมือคนในหมู่บ้านที่มาเก็บของป่า
ในหัวของเธอมีภาพอาหารป่าหลากหลายชนิด ขอแค่เห็น เธอก็ต้องแยกออกว่าอะไรเป็นอะไรแน่
สวี่จาวจาวก้มลงค้นหาอย่างตั้งใจ ไม่นานก็พบผักกระเป๋าอ่อนฉ่ำหลายกอ สีเขียวสด ดูอ่อนนุ่มน่ากินเหลือเกิน
ผ่านไปไม่กี่นาที สวี่จาวจาวก็ทุบเอวตัวเองเบา ๆ
ปวดเอวจริง ๆ!
เธอหยิบกิ่งไม้ที่จับถนัดมือขึ้นมาหนึ่งกิ่ง แล้วเดินลึกเข้าไปในป่าอีกสองสามก้าว บริเวณนี้ต้นไม้ขึ้นหนาทึบกว่า แสงแดดส่องลอดช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมา พื้นดินปกคลุมด้วยใบไม้แห้งหนาเตอะ
ภูเขากว้างใหญ่ขนาดนี้ หากอยากหาของที่ต้องการให้ได้เร็ว คงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ภายในเวลาอันสั้น
