สวี่จาวจาวเปลี่ยนวิธีเข้าหาคนคนนี้บ้าง การใช้กำลังกับเขาไม่มีประโยชน์เลย ในเมื่อเขาไม่กลัวไม้แข็ง งั้นก็ลองใช้ไม้อ่อนดูบ้าง
“ปล่อยฉันก่อน ได้ไหม? ดูสิ เธอแรงเยอะขนาดไหน ข้อมือฉันโดนเธอรัดจนแดงแล้ว เจ็บนะ”
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังจุดที่เธอบอก
เมื่อเห็นว่าข้อมือของสวี่จาวจาวแดงจริง ๆ เขาก็ชักมือกลับราวกับโดนของร้อนลวก แววตาฉายความลนลานออกมาเล็กน้อย
“ขะ…ขอโทษ” เขาประคองมือของสวี่จาวจาวขึ้นมา แล้วเป่าลมเบา ๆ ตรงนั้น
สวี่จาวจาวจั๊กจี้จนทนแทบไม่ไหว
“เราไปนั่งพักตรงนั้นสักครู่ได้ไหม? ตรงนี้แดดแรงเกินไป”
ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เธอคงไม่ต้องรอให้เขาทำอะไรจนตาย แค่แดดแผดเผานี่ก็ทำเธอตายได้แล้ว
ชายหนุ่มพยักหน้า เดินตามหลังเธอไป สวี่จาวจาวเดินหนึ่งก้าว เขาก็ตามมาครึ่งก้าว สายตาจับจ้องอยู่ที่เธอตลอดเวลา ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
เมื่อนั่งใต้ร่มไม้ก็รู้สึกเย็นสบายขึ้นมาก สวี่จาวจาวยังคิดหาวิธีหลุดพ้นไม่ออก คนข้าง ๆ ก็หันหลังมุดเข้าไปในพุ่มไม้ที่อยู่ข้างกัน!
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาถือใบไม้ใบใหญ่เดินกลับมา แล้วย่อตัวลงข้างสวี่จาวจาว ทั้งที่ตัวเองร้อนจนเหงื่อท่วม ก็ยังตั้งใจใช้ใบไม้พัดให้เธอ
“……ขอบคุณ”
สวี่จาวจาวรู้สึกซับซ้อนใจเหลือเกิน
มองแบบนี้แล้ว เขาดูไม่เหมือนคนบ้าจริง ๆ กลับเหมือนคนโง่มากกว่า
พอมองใกล้ ๆ สวี่จาวจาวเห็นว่าบนแผงอกและแขนที่เปลือยเปล่าของเขามีรอยแผลไขว้กันอยู่ไม่น้อย ทั้งรอยแผลเก่าสีขาวจาง ๆ และรอยที่สีเข้มกว่า ดูจากรูปทรงแล้วเหมือนเป็นแผลที่เกิดจากการต่อสู้ หรือก่อนหน้านี้เขาจะชอบทะเลาะวิวาทกับคนอื่นบ่อย ๆ?
