สวี่จาวจาวออกจากที่พักเยาวชนลงชนบท เดินไปตามทางเพียงลำพัง
แดดตอนนี้ยังไม่ร้อนแรงนัก สวี่จาวจาวจึงเดินไปทางที่มีร่มไม้ ตอนนี้กลับไปก็ยังเร็วเกินไป คนในบ้านลงไปทำงานในไร่นากันหมดแล้ว กลับไปก็ต้องอยู่คนเดียว
เธอนึกถึงหนังสือที่ซื้อจากเสี่ยวซานเมื่อวาน เป็นหนังสือที่ใช้แยกแยะผักป่าได้
ไปเดินดูบนเขาดีกว่า ต่อให้หาผักป่าไม่เจอ เธอก็ยังใช้ค่าความรู้สึกดีแลกอาหารที่หาได้บนเขาได้ นอกจากจะเอากลับบ้านได้แล้ว ยังไม่ทำให้คนในบ้านสงสัยด้วย
คิดได้ดังนั้น สวี่จาวจาวก็เงยหน้ามองภูเขาที่อยู่ไม่ไกล แล้วเลือกทางเล็กๆ ที่คนเดินน้อย
ช่วงเวลานี้ ชาวบ้านต่างยุ่งอยู่ในไร่นากันหมด แทบไม่มีใครขึ้นเขา
เดินมาเกือบครึ่งชั่วโมง สวี่จาวจาวก็มาถึงตีนเขา เธอทุบต้นขาที่ปวดเมื่อยเบาๆ ตั้งใจจะพักสักครู่แล้วค่อยขึ้นเขา
ตอนนั้นเอง หางตาของเธอก็เหลือบเห็นเงาร่างประหลาดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าไม่ไกล
คนคนนั้นหันหลังให้เธอ โก่งก้น บิดตัวไปมา ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร ดูจากก้นแล้ว ไม่น่าใช่เด็กเล็ก
สวี่จาวจาวขมวดคิ้ว มองดูให้ชัดๆ
เสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวม... จะเรียกว่าเสื้อผ้าก็ไม่ได้ เรียกว่าเศษผ้าขาดๆ ยังจะเหมาะกว่า ห้อยหลวมๆ อยู่บนตัว
นี่...คงไม่ใช่คนเร่ร่อนหรือคนสติไม่ดีหรอกนะ?
พอคิดถึงตรงนี้ สวี่จาวจาวก็เริ่มประหม่า...
