ตอนสวี่จาวจาวได้สติขึ้นมา เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนหนึ่งกดทับ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่รอบกาย
เปลือกตาของเธอสั่นไหว ก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้น สิ่งที่เห็นคือเพดานสีเทาขาว
สายตาค่อย ๆ ปรับโฟกัส สิ่งแรกที่เธอเห็นคือเสิ่นจี้
เสิ่นจี้นอนคว่ำอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยอย่างเรียบร้อย ใบหน้าแทบจะแนบกับแก้มของเธอ ผมเผ้ายุ่งเหยิงชี้กระเซิง ใต้ตาคล้ำดำเข้ม ดวงตาจับจ้องเธอไม่กะพริบ
เมื่อเห็นสวี่จาวจาวฟื้นขึ้นมา ดวงตาที่เคยหม่นหมองคู่นั้นพลันสว่างวาบ ก่อนจะมีม่านน้ำตาเอ่อคลอ
“จาวจาว” เสียงของเสิ่นจี้แหบพร่าอย่างหนัก ริมฝีปากแห้งแตก บนใบหน้ายังมีคราบเลือดกับดินที่เช็ดออกไม่หมด สภาพทั้งตัวดูยับเยินเหลือเกิน
แต่เขากลับจ้องเธอตรง ๆ น้ำตาหยดลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “เจ็บไหม เจ็บไหม”
สวี่จาวจาวแทบไม่รู้สึกอะไรนัก แค่เจ็บนิดหน่อย ยังพอทนไหว
เธอส่ายหน้า อยากจะพูด แต่ลำคอแห้งผากจนส่งเสียงไม่ออก
“ฟื้นแล้วเหรอ ลูกสาวพ่อฟื้นแล้วเหรอ” เสียงของสวี่ต้าชวนดังมาจากด้านหลังเสิ่นจี้ ร้อนใจจนแทบจะทนไม่ไหว
ร่างสูงใหญ่ของเสิ่นจี้บังพื้นที่ข้างเตียงผู้ป่วยไปกว่าครึ่ง สวี่ต้าชวนเบียดเข้าไปไม่ได้เลย!
สวี่ต้าชวนชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังเสิ่นจี้ ใบหน้าดำคล้ำราวกับก้นหม้อ
นี่ลูกสาวของเขานะ! เขายังไม่ได้คุยกับลูกสาวสักคำ ไอ้ทึ่มที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้มายืนบังอยู่ข้างหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไง? แถมยังร้องไห้สะอึกสะอื้นอีก… สนิทกับลูกสาวเขาขนาดนั้นเลยหรือไง?!
“จาวจาว” สวี่ต้าชวนเขย่งปลายเท้าพูดกับเธอ
