เสียงเรียกให้กินข้าวดังขึ้น คนบ้านสวี่ต่างรีบกันสุดฤทธิ์ ไม่มีใครยอมใคร
เมื่อเห็นบนโต๊ะมีทั้งเนื้อ ผัก และซุป หลายคนก็คิดในใจว่า มื้อนี้หรูหรากว่ามื้อฉลองปีใหม่เสียอีก
ที่บ้านนี้ ถ้าสวี่ต้าชวนยังไม่เอ่ยปาก พวกเขาก็จะไม่ยกตะเกียบกัน
สวี่ต้าชวนพูดว่า “ทุกคนกินข้าวได้แล้ว”
“ลูกสาว กินเยอะ ๆ นะ”
ปกติเวลากินข้าวกันทั้งครอบครัว พวกเขาไม่เคยลำเอียงเข้าข้างใคร รวมถึงตัวพวกเขาสองคนที่เป็นพ่อแม่ด้วย ควรเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่เข้าข้างฝ่ายไหน แบบนี้ทุกคนถึงจะสามัคคีกัน
แน่นอนว่ากฎนี้ใช้กับลูกสาวของเขาไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวของเขา พวกเขาจะได้กินไก่ตุ๋นซีอิ๊วไหม จะได้ดื่มซุปเห็ดแสนอร่อยหรือเปล่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงข้าวสารหอมกรุ่นนี่เลย
ต่อให้ฝันก็ยังไม่กล้าฝันแบบนี้!
คนอื่น ๆ ในบ้านก็คิดเหมือนพ่อสวี่
พวกเขารู้ดีว่าของอร่อยพวกนี้ใครเป็นคนเอามาให้ พวกเขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณ
โจวจินฮวาตักซุปใส่ชามให้สวี่จาวจาว “ลูก ดื่มซุปก่อนนะ”
“แม่ก็ดื่มด้วยสิ”
“แหม มีลูกสาวนี่ดีจริง ๆ” โจวจินฮวายังไม่ทันได้ดื่มซุป ก็เริ่มชมสวี่จาวจาวแล้ว
สวี่ตงตงเพิ่งกินไก่ชิ้นเล็ก ๆ หมดไป พอเห็นแม่ชมก็พูดตามว่า “พี่สาวดีที่สุดเลย!”
สวี่ต้าชวนพลอยภูมิใจไปด้วย “ลูกสาวฉันต้องดีอยู่แล้ว”
พี่ชายอีกสองคนก็พากันชมสวี่จาวจาว
บนโต๊ะอาหารเริ่มต้นการชมรอบใหม่ สวี่จาวจาวเพิ่งมาอยู่บ้านนี้ได้สองวัน ก็เริ่มชินกับการถูกชมรอบด้านแล้ว
