“ตั้งใจมาที่นี่เพื่อพูดเรื่องนี้อย่างเดียวเหรอ ยังมีธุระอื่นอีกไหม”
ความหมายของสวี่จาวจาวคือ ถ้าไม่มีธุระแล้วก็กลับไปได้
รอยยิ้มบนใบหน้าสวี่เจาตี๋ชะงักไป เธอไม่คิดเลยว่าสวี่จาวจาวจะพูดจาเหมือนมีหนามนุ่ม ๆ ทิ่มแทง ไม่เจ็บ แต่ทำให้รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
“ก็ไม่มีธุระอะไรหรอก แค่มาดูว่าพี่จาวจาวขาดเหลืออะไรไหม พวกเราเป็นญาติกัน ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกมาได้เลย...”
“อ้อ แล้วทำไมไม่เห็นเอาอะไรติดมือมาด้วยล่ะ”
ตอนนี้สวี่จาวจาวมั่นใจแล้วว่า คนคนนี้ตั้งใจมาหาผลประโยชน์จากเธอ!
สวี่เจาตี๋ “ฉัน...”
นั่นก็แค่คำพูดตามมารยาท ต่อให้สวี่จาวจาวขาดอะไรจริง ๆ เธอก็ไม่มีทางให้หรอก
สวี่จาวจาวยิ้มทั้งที่ไม่ยิ้ม “อย่าขี้เหนียวนักเลยน่า ฉันแค่ล้อเล่นกับเธอเอง”
สวี่เจาตี๋ “.....”
เธออยากลุกขึ้นเดินออกไปเสียเดี๋ยวนั้น
สวี่จาวจาว “ถ้าไม่มีธุระแล้วก็กลับไปเถอะ ฉันยังมีงานต้องทำ”
สวี่เจาตี๋เดินจากไปด้วยความขุ่นเคือง
พอสวี่เจาตี๋ไปแล้ว สวี่ตงตงก็ใช้มือเล็ก ๆ จับชายเสื้อสวี่จาวจาว “พี่คะ พี่เจาตี๋ใจร้าย”
“อ้อ ใจร้ายยังไงล่ะ” สวี่จาวจาวถาม
“ครั้งหนึ่งหนูไปเล่นที่บ้านพี่เขา เห็นพี่เจาตี๋กำลังกินถั่วลิสง แล้วพี่เขาก็ให้หนูมาหนึ่งเม็ด หนูยังไม่ทันกิน พี่เจาตี๋ก็ไปบอกอาสะใภ้รองว่าหนูแอบกินถั่วลิสงของบ้านเขา แต่หนูไม่ได้แอบกินนะ พี่เจาตี๋เป็นคนให้หนูเอง”
“หนูอธิบายแล้ว แต่พี่สาวคนก่อนที่บ้านเราบอกว่าเห็นหนูกิน... สุดท้ายแม่ก็เลยเอาถั่วลิสงไปชดใช้ให้บ้านเขาหนึ่งชาม”
“พี่คะ หนูไม่ได้กินจริง ๆ”
สวี่จาวจาวฟังแล้วรู้สึกเย็นวาบในใจ
