ยามเช้า กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วลานบ้านสวี่
คนในครอบครัวนั่งล้อมโต๊ะเล็ก สวี่จาวจาววางชามลงแล้วเริ่มจัดแจงงานของวันนี้
“แม่คะ วันนี้เสิ่นจี้ไปนากับแม่และพ่อเหมือนเดิมนะคะ เขาแรงเยอะ ช่วยงานได้มากเลย”
เสิ่นจี้ได้ยินชื่อตัวเองก็รีบเงยหน้าขึ้น มองสวี่จาวจาวแล้วพยักหน้าแรง ๆ เพื่อบอกว่าไม่มีปัญหา
งานน่ะหรือ เขาชอบทำงานจะตาย
ไม่ใช่แค่ทำงาน แต่ต้องทำให้ดีด้วย
ตอนนั้นเอง สวี่เจี้ยนกั๋วที่แทบไม่ได้พูดอะไรมาโดยตลอดก็เอ่ยขึ้นอย่างหยั่งเชิงว่า
“เอ่อ…น้องเล็ก ดูขาฉันสิ ใกล้จะหายดีแล้วใช่ไหม วันนี้ให้ฉันลงนาไปด้วยได้หรือเปล่า
ฉันแค่ไปถอนหญ้าตรงคันนาก็ได้ ไม่อยากนั่งเฉย ๆ อยู่บ้านแล้วจริง ๆ”
คำพูดพวกนี้อัดอั้นอยู่ในใจสวี่เจี้ยนกั๋วมานานมาก ใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว เขาไม่อยากอยู่บ้าน
เขาพูดจบ สวี่เจี้ยนเย่ก็ฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะดัง “เพียะ” พร้อมถลึงตาใส่ “ไม่ได้! พี่ใหญ่ล้อเล่นอะไรเนี่ย พี่ไม่รู้หรือไงว่าขาตัวเองบาดเจ็บหนักแค่ไหน
เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันก็จะลงนาแล้วหรือไง ต้องพักฟื้นอยู่บ้านให้ดี
บาดเจ็บถึงกระดูกต้องพักร้อยวัน ไม่เคยได้ยินหรือไง”
สวี่เจี้ยนเย่แค่เป็นห่วงพี่ชายมากเกินไป
ตอนนี้ยังหนุ่มอยู่ ต้องดูแลร่างกายให้ดี พอแก่ตัวไปเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะทำยังไง
สวี่เจี้ยนกั๋วถูกตะคอกใส่จนงงไปหมด
