สวี่จาวจาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วนั่งตัวตรง
“ข้อแรก หวังฟู่กุ้ยขโมยอาหารของเสิ่นจี้ นี่คือความจริง เขาต้องขอโทษเสิ่นจี้ต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน ยอมรับด้วยปากตัวเองว่าตัวเองเป็นขโมย และสัญญาว่าจะไม่ทำอีกเด็ดขาด”
“ไม่ได้!” คุณย่าหวังเป็นคนแรกที่ไม่ยอม
ลูกชายของนางจะไปขอโทษคนบ้าคนหนึ่ง แถมยังต้องขอโทษต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านได้ยังไง
ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!
“ถ้าอย่างนั้นคุณย่ากลับไปได้แล้ว” สวี่จาวจาวพูดอย่างไม่เกรงใจ “พวกเราไปเจอกันที่ศาล”
หวังสามรีบยกมือปิดปากคุณย่าหวัง กัดฟันพูดว่า “...พวกเราตกลง”
อะไร ๆ ก็ไม่สำคัญเท่าชีวิต ไม่ใช่แค่ขอโทษหรอกหรือ? รอให้เรื่องนี้ผ่านไป คนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครจำได้แล้ว อีกอย่าง เรื่องในอนาคตก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร
ปล่อยให้ครอบครัวนี้ได้ใจไปก่อนสักพักก็แล้วกัน
สวี่จาวจาวพูดต่อ “ข้อสอง เรื่องนี้เป็นฝีมือหวังฟู่กุ้ยจากบ้านของคุณย่า และเขาก็เป็นคนลงมือเอง เรื่องนี้ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นเป็นพยานได้ ดังนั้น ค่ารักษาพยาบาล ค่านอนโรงพยาบาล ค่าอาหารของครอบครัวฉัน...รวมถึงค่ารักษาต่อจากนี้ พวกคุณต้องรับผิดชอบทั้งหมด”
คุณย่าหวังได้ยินสิ่งที่สวี่จาวจาวพูดก็ถึงกับตะลึง
นี่มันอะไรกัน! คนในครอบครัวพวกนางก็สบายดี ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงสักหน่อย ทำไมถึงต้องเรียกเงินมากมายขนาดนี้ด้วย?
นางคิดจะพูด แต่หวังสามไม่ยอมให้นางพูด
หวังสามพยักหน้า “สมควรแล้ว”
“ข้อสาม พ่อแม่ฉันกับพี่ชายคนที่สองเป็นแรงงานหลักของบ้าน ตอนนี้พวกเขาต้องนอนโรงพยาบาล งานในไร่ก็เลยต้องหยุดชะงัก พวกคุณต้องชดใช้ค่าเสียเวลาทำงานด้วย”
หวังสามขมวดคิ้ว “ค่าเสียเวลาทำงาน? นี่มัน...”
