หลังจากเด็กทั้งสิบคนได้สติ เรือนพักตะวันตกก็พลันแตกตื่นขึ้นมา
“หา? ไม่ได้สอนหนังสือ แล้วยังให้พวกเราท่องตำราอีกหรือ?”
“ยากเกินไปแล้วกระมัง ข้าอ่านหนังสือเล่มนั้นไม่เข้าใจสักประโยค!”
“แย่แล้ว แย่แล้ว พรุ่งนี้ท่องไม่ได้จะทำอย่างไร?”
“ไม่ได้การ ข้าอยากฟังเรื่องซุนหงอคงก่อกวนสวรรค์ กลับไปข้าจะถามท่านพ่อ!”
“ถามแล้วอย่าลืมเล่าให้ข้าฟังด้วย ข้าอยากฟังเรื่องราวต่อจากนั้น!”
“เล่าให้ข้าฟังด้วย ข้าก็อยากฟัง...”
……
คุณชายจากตระกูลอ๋องและขุนนางเหล่านี้ไม่สนใจเนื้อหาในตำราหลักเฉิงเทียน ทว่าหากท่องไม่ได้ ทุกคนก็จะอดฟังเรื่องซุนหงอคงก่อกวนสวรรค์
ตนเองไม่ได้ฟังก็ไม่เป็นไร ที่สำคัญกว่านั้นคือจะพาลให้ทุกคนอดฟังไปด้วย
แม้ปกติพวกเขาจะซุกซนเอาแต่ใจ แต่กลับให้ความสำคัญกับมิตรภาพยิ่งนัก ไม่มีผู้ใดอยากทำให้ทุกคนพลอยเดือดร้อนเพราะตน
เดิมทีทุกคนนัดกันไว้ว่า หลังเลิกเรียนจะไปเตะลูกหนังด้วยกัน
แต่ยามนี้ พวกเขากลับหมดใจจะเล่นสนุก
หวังฮ่าวมีบิดาเป็นหลางจงแห่งกระทรวงพิธีการ ทั้งยังแตกฉานในหลักคัมภีร์ เมื่อปรึกษากันเสร็จ ทุกคนก็พากันมุ่งหน้าไปยังที่ว่าการกระทรวงพิธีการอย่างเอิกเกริก
ภายในเรือนพักตะวันออก เจ้ารุ่ยกำลังสอนหนังสือ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอก
เขาหันไปมอง เห็นลูกศิษย์ทั้งสิบคนของเฉินฉางอานพากันกรูออกจากเรือนเรียน
ภาพนั้นทำให้เขาชะงักงัน
กว่าจะถึงเวลาเลิกเรียนยังเหลือเกือบครึ่งชั่วยาม เฉินฉางอานก็ปล่อยให้พวกเขากลับไปแล้วหรือ?
เขาแค่นเสียงเย็นชาในใจ เฉินฉางอานไร้ความรับผิดชอบและเกียจคร้านเช่นนี้ ช่างตรงกับสิ่งที่เขาอยากเห็นนัก
เขากำลังจะสอนต่อ ทว่าเด็ก ๆ ด้านล่างกลับนั่งไม่ติด
พวกเขาล้วนมาเรียนที่ตำหนักบูรพาด้วยกัน เหตุใดคนพวกนั้นจึงได้ออกไปเล่น ส่วนพวกตนยังต้องนั่งฟังอาจารย์สอนเรื่องน่าเบื่ออยู่ที่นี่
