รุ่งเช้าวันถัดมา
ตำหนักบูรพา
ตำหนักบูรพามีห้องเรียนอยู่สองห้อง คั่นกลางด้วยลานกว้าง จึงไม่รบกวนกัน ทั้งยังเหมาะพอดีกับรูปแบบการประลองสอนสองชั้นเรียนพร้อมกัน
ยังไม่ถึงยามซื่อ เด็กหนุ่มเชื้อพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางผู้มีบรรดาศักดิ์ทั้ง 20 คนก็มาถึงตำหนักบูรพากันครบถ้วน
เด็กหนุ่มกลุ่มนี้มีอายุไล่เลี่ยกัน ล้วนเป็นทายาทจากตระกูลผู้มีบรรดาศักดิ์ ตั้งแต่เล็กก็สวมใส่แพรพรรณ กินดีอยู่ดี และได้รับการเอาอกเอาใจ ส่วนใหญ่เบื่อหน่ายการเรียน เอาแต่เล่น ทั้งยังมีจิตใจวอกแวก เป็นกลุ่มนักเรียนที่เลี้ยงดูยากที่สุดในสายตาของขุนนางทั้งในและนอกราชสำนัก
ตำราหลักเฉิงเทียนเป็นตำราเริ่มต้นที่เข้าใจยากที่สุดเล่มหนึ่ง เด็กหนุ่มเหล่านี้ไม่เคยสัมผัสมาก่อน จึงรับประกันความเป็นธรรมของการประลองครั้งนี้ได้
ทั้ง 20 คนถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มแบบสุ่ม และนั่งประจำที่ในห้องเรียนทั้งสองห้องแล้ว
เด็กหนุ่มเหล่านั้นมิอาจข่มใจให้อยู่นิ่ง ต่างจับคู่สนทนา สีหน้าท่าทางแตกต่างกันไป บ้างเผยความสงสัย บ้างเหม่อลอยไม่ใส่ใจ บ้างก็ไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น...
พวกเขาไม่รู้เลยว่า ตลอดหนึ่งเดือนข้างหน้า ผลการเรียนของตนจะเกี่ยวพันกับบรรยากาศการศึกษาในต้าหนิง และกลายเป็นการประลองครั้งสำคัญระหว่างแนวคิดการศึกษาเก่ากับใหม่
พวกเขารู้เพียงว่าเวลานี้เดิมทีควรนอนอุตุอยู่ที่บ้าน หรือไม่ก็เล่นกับสหายตัวน้อย แต่กลับถูกพาตัวเข้าวังมาเรียน ใครเล่าจะไม่ขุ่นเคืองใจ...
ทันทีที่ยามซื่อมาถึง เงาร่างสองสายก็เดินเคียงบ่าเคียงไหล่เข้าสู่ห้องเรียนตำหนักบูรพา
เจ้ารุ่ยสวมชุดขุนนางเรียบร้อย หลังตรงเชิดหน้า ใบหน้าเย็นชา แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามออกมาโดยธรรมชาติ
ส่วนเฉินฉางอานสวมชุดเขียวเรียบง่าย ดูอ่อนโยนกว่าเจ้ารุ่ยมาก แม้จะไม่มีความคมกล้าเช่นอีกฝ่าย แต่กลับมีบุคลิกสง่างามเป็นของตนเอง
