วันที่สองหลังสนามสอบประกาศผล
ที่ประชุมเช้าสิ้นสุดลง ขุนนางทั้งหลายทยอยออกจากท้องพระโรง แทบทุกคนล้วนมีสีหน้าโล่งอกประหนึ่งวางภาระหนักอึ้งลงได้
เมื่อวานนี้ สนามสอบเพิ่งประกาศผล ผู้กวาดชัยทั้งสามวิชาคนแรกในประวัติศาสตร์ต้าหนิง กลับถูกมือสังหารแคว้นเยียนลอบสังหารกลางเมืองหลวง หมอหลวงวินิจฉัยว่าเขามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
ฝ่าบาททรงกริ้วอย่างหนัก ในวันเดียวกันนั้นก็ทรงขับไล่คณะทูตแคว้นเยียน พร้อมโยนข้าวของของพวกเขาออกจากสำนักทูต
มิหนำซ้ำ ฝ่าบาทยังมีพระบัญชาให้กรมทหารขนส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปยังแนวหน้าทางเหนือ อีกทั้งยังส่งแม่ทัพหลายคนที่เดิมประจำอยู่ในเมืองหลวงไปยังแดนเหนือ
ไม่ว่าจะมองอย่างไร นี่ก็เป็นทีท่าว่ากำลังเตรียมทำสงครามเต็มรูปแบบกับแคว้นเยียน
แต่ต้าหนิงในยามนี้มิใช่ช่วงเวลาที่เหมาะจะเปิดศึกกับแคว้นเยียน
ทางใต้ประสบอุทกภัย ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้มีโจรเรือออกปล้นสะดม ทั้งการจัดการน้ำ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการปราบโจรเรือ ล้วนต้องใช้เงิน คลังหลวงขัดสนมานานแล้ว หากเวลานี้ยังเปิดศึกใหญ่กับแคว้นเยียนอีก คงต้องควักเงินในคลังจนเกลี้ยงเป็นแน่
ทว่า ว่าที่จอหงวนของต้าหนิงกลับถูกแคว้นเยียนลอบสังหารในวันประกาศผลการสอบ หากไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็ยากจะให้คำอธิบายแก่ราษฎรได้
เมื่อวาน หลังประมุขสำนักราชเลขาออกจากวังหลวง ก็เรียกประชุมขุนนางสำนักราชเลขาทันที การประชุมยืดเยื้อนานหลายชั่วยาม
สำนักราชเลขาของต้าหนิงมีขุนนางสำนักราชเลขาทั้งหมดสิบเอ็ดคน ประกอบด้วยเสนาบดีใหญ่ในฐานะประมุขสำนักราชเลขา เสนาบดีฝ่ายพิธีการและเสนาบดีฝ่ายพระราชโองการในฐานะรองประมุข เสนาบดีทั้งหกกระทรวง อัครมหาบัณฑิตผู้บัญชาการสถาบันหานหลิน และอาจารย์ใหญ่ไท่ฟูประจำราชสำนัก
