ทัวปาเคอมองบุรุษตรงหน้า ในดวงตาฉายแววอับจนใจอยู่เล็กน้อย
หากเฉินฉางอานมิได้ผงาดขึ้นมาอย่างกะทันหัน คราวนี้แคว้นเยียนย่อมบดขยี้ต้าหนิงได้อย่างแน่นอน ชำระล้างความเสื่อมถอยในวิถีวรรณศิลป์ และช่วงชิงตำแหน่งผู้นำทางวรรณศิลป์ของแคว้นหนิงมาเป็นของตน
ทว่าสวรรค์กลับไม่เป็นใจ แคว้นหนิงดันมีบุรุษผู้เปี่ยมพรสวรรค์เหนือผู้ใดเช่นนี้ปรากฏขึ้น ช่วยกอบกู้สถานการณ์หลายต่อหลายครั้งด้วยกำลังของตนเพียงผู้เดียว จนแคว้นเยียนทั้งแคว้นแทบมิอาจเงยหน้าขึ้นได้
เฉินฉางอานมององค์หญิงแห่งแคว้นเยียนตรงหน้า ยกมุมปากเล็กน้อยแล้วถามว่า “ดังนั้น พวกเจ้าจึงส่งคนมาลอบสังหารข้าหรือ”
ทัวปาเคอส่ายหน้าก่อน จากนั้นสีหน้าก็เผยความรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย นางกล่าวว่า “เรื่องที่คุณชายเฉินได้รับบาดเจ็บ ข้ารู้สึกเสียใจยิ่งนัก เรื่องนั้นมิใช่ฝีมือราชสำนักแคว้นเยียน หากเป็นผู้ที่มีความแค้นส่วนตัว ราชสำนักแคว้นเยียนของเรารักและทะนุถนอมผู้มีความสามารถ ไม่มีทางทำเรื่องทำลายผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้แน่นอน...”
นางมิได้กล่าวถึงเรื่องนั้นต่อ แต่หันสายตากลับมามองเฉินฉางอานอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “ครั้งนี้ข้ามาเพื่ออำลาคุณชายเฉิน...”
เฉินฉางอานมิได้เอ่ยปาก เพียงรอฟังนางกล่าวต่ออย่างเงียบ ๆ
ทัวปาเคอถอดจี้เขี้ยวหมาป่าที่คล้องอยู่ตรงลำคอออกมา ยื่นให้เฉินฉางอาน แล้วกล่าวว่า “เขี้ยวหมาป้าชิ้นนี้ ข้าได้มาจากการสังหารราชาหมาป่าตัวหนึ่งเมื่ออายุเก้าขวบ วันนี้ขอมอบให้คุณชาย”
เฉินฉางอานมิได้รับ ทัวปาเคอจึงยัดจี้เขี้ยวหมาป่าใส่มือเขาอย่างแข็งขัน
จากนั้นนางกล่าวต่อว่า “ราชสำนักแคว้นหนิงมีพรรคพวกมากมาย สถานการณ์ซับซ้อนแปรปรวน เจ้าได้รับบรรดาศักดิ์ตั้งแต่อายุยังน้อย ย่อมโดดเด่นเกินไปจนหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสร้างศัตรู...”
