การสอบคัดเลือกข้าราชการสิ้นสุดลงแล้ว เหล่าผู้เข้าสอบต่างปลดปล่อยตนเองอย่างเต็มที่ ระบายความอัดอั้นที่สะสมมาตลอดหลายเดือนออกมาจนหมดสิ้น
วันรุ่งขึ้นหลังการสอบคัดเลือกข้าราชการสิ้นสุดลง สถานเริงรมย์ทั้งหลายทั่วเมืองหลวงก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ตึกเหวินหัว
ห้องอาหาร
เหล่าผู้กลั่นกรองที่อ่านข้อสอบมาตลอดทั้งวันลากร่างอันเหนื่อยล้าเดินเข้ามาในห้องอาหาร
ก่อนการตรวจข้อสอบจะเสร็จสิ้น พวกเขาไม่อาจออกจากสนามสอบได้ ทั้งกินทั้งนอนล้วนต้องอยู่ที่นี่
ในห้องอาหารมีโต๊ะกลมตั้งอยู่หลายตัว มิได้จัดที่นั่งแยกตามวิชา
เหล่าผู้กลั่นกรองตรากตรำมาทั้งวัน แต่ละคนมึนงงศีรษะ ทั้งเหนื่อยทั้งหิว จึงไม่ใส่ใจธรรมเนียมหรือพิธีรีตองอีกต่อไป พอเข้ามาก็หาที่ว่างแล้วนั่งลง
ผักกาดขาวกับเต้าหู้ที่ปกติพวกเขาไม่แม้แต่จะเหลือบมอง บัดนี้กลับรู้สึกว่าเลิศรสประหนึ่งอาหารชั้นยอดแห่งขุนเขาและท้องทะเล ต่างกินคู่กับหมั่นโถวอย่างตะกละตะกลาม
ปราชญ์ใหญ่หลินนั่งร่วมโต๊ะกับผู้กลั่นกรองวิชาบทกวี กัดหมั่นโถวคำหนึ่ง พลางนึกถึงข้อสอบสองฉบับนั้นแล้วยังคงรู้สึกตื่นตะลึง จึงทอดถอนใจว่า “เฉินฉางอานผู้นั้น หรือจะเป็นดาวแห่งวงการวรรณกรรมลงมาจุติจริง ๆ เชี่ยวชาญกลอนคู่ก็แล้วไปเถิด บทกวีและบทความของเขากลับได้เจียเหนือทั้งหมด...”
ผู้กลั่นกรองผู้นั้นเอ่ยอย่างสงสัยว่า “เก้าห้าสองเจ็ตผู้นั้นคือเฉินฉางอานจริงหรือ เขาใช้เวลาเพียงสามชั่วยามก็ตอบเสร็จ แถมทุกวิชายังได้เจียเหนือ...”
สิ้นเสียงของเขา พลันมีเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นจากด้านหลังสองเสียง
“อะไรนะ?”
“เก้าห้าสองเจ็ตคือเฉินฉางอานหรือ?”
……
หลางจงกระทรวงขุนนางหวังเชิงกับหลางจงกรมการคลังหลีเวยหันกลับมาพร้อมกัน มองทั้งสองด้วยความตกใจ จากนั้นหวังเชิงก็คล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ พึมพำว่า “หรือว่าบทความกับบทกวีของเขาก็ได้เจียเหนือเช่นกัน?”
