การประลองวิธีการศึกษาในครั้งนี้ แม้เพิ่งดำเนินไปได้ไม่กี่วัน ทว่าความแตกต่างระหว่างสำนักศึกษาตะวันออกกับตะวันตกก็ปรากฏให้เห็นแล้ว
นักเรียนสิบคนของสำนักศึกษาตะวันตกมาเรียนครบทุกคนในแต่ละวัน
พวกเขามักมาถึงสำนักศึกษาก่อนเวลา ตั้งใจฟังเรื่องเล่าในชั้นเรียน พอเลิกเรียนก็พากันไปยังกระทรวงพิธีการ เพื่อขอคำชี้แนะจากหวังเซวียน บิดาของหวังฮ่าว ผู้ดำรงตำแหน่งหลางจงแห่งกระทรวงพิธีการ
ภายในสำนักศึกษาตะวันออก จ้าวรุ่ยยังคงยึดมั่นในแนวทางการสอนแบบดั้งเดิม ไม่ยอมผ่อนปรนแม้แต่น้อย
เขาเชื่อมั่นเสมอว่า การศึกษาต้องเข้มงวด การขัดเกลาตนต้องอาศัยความลำบาก เส้นทางของปราชญ์เมธีไม่มีทางลัด มีเพียงผู้ที่อดทนเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จ
เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าศิษย์ที่ใจลอยและวอกแวกอยู่บ่อยครั้ง เขาก็ยิ่งเข้มงวดขึ้นระหว่างสอน ไม้เรียวแทบไม่ห่างมือ ท่องจำไม่ได้ก็ถูกตีฝ่ามือ เหม่อลอยก็ถูกลงโทษให้ยืน และทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่เสร็จก็ต้องอยู่ต่อหลังเลิกเรียน
ยามเขาอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กก็ผ่านวันเวลาเช่นนี้มา
เพราะท่านปู่เข้มงวดกับเขา เขาจึงฝ่าฟันการสอบคัดเลือกข้าราชการจนได้อันดับสามในที่สุด...
ทว่าความเข้มงวดของเขาไม่ได้ทำให้บุตรหลานขุนนางและเชื้อพระวงศ์กลุ่มนี้ขยันหมั่นเพียร กลับยิ่งทำให้พวกเขาเบื่อหน่ายและต่อต้านหนักขึ้น
ลูกหลานผู้ดีเหล่านี้ล้วนมีนิสัยเกเร ไม่เคยต้องทนทุกข์เช่นนี้มาก่อน ตอนแรกพวกเขาเพียงไม่ตั้งใจฟัง แต่จ้าวรุ่ยกลับเข้มงวดกับพวกเขาอย่างยิ่ง ทั้งยังลงโทษอยู่บ่อยครั้ง จนทุกคนเริ่มคิดถอดใจและอยากหนีไปให้พ้น...
แรกเริ่มมีเพียงนักเรียนสองคนอ้างว่าร่างกายไม่สบาย แล้วลาหยุดพร้อมกัน ทำให้ที่นั่งในสำนักศึกษาตะวันออกว่างลงสองที่ทันที
พอถึงวันที่สอง กระแสการลาหยุดก็แพร่ไปทั่ว
นักเรียนถึงห้าคนจับกลุ่มกันลา เหตุผลมีสารพัด ทั้งเป็นหวัดจนต้องนอนพัก ไปเยี่ยมญาติ พี่สาวออกเรือน หรือผู้ใหญ่ในบ้านเสียชีวิต...
