คำพูดนี้ของหลิงอวิ๋นทำให้หัวใจของหลี่เทียนหรงแทบกระเด็นออกจากอก ลมหายใจนางสั่นไหวชั่วขณะ
แต่เพราะความสนใจของทุกคนหันไปที่ฉู่เทียนหยาง
ดังนั้นนอกจากหลิงอวิ๋น แทบไม่มีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกติเพียงชั่วครู่ของหลี่เทียนหรง
อย่างไรก็ตามหลี่เทียนหรงนั้นเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นอู่หวงที่ผ่านโลกมามาก จึงปรับจิตใจได้ในทันที แล้วจ้องมองไปยังฉู่เทียนหยางอย่างไม่หลบสายตา
“ฉู่เทียนหยาง ต่อคำกล่าวอ้างของหลิงอวิ๋นนี้ เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่”
ภายใต้สายตาจับจ้องของคนทั้งสนาม ฉู่เทียนหยางกลับนิ่งสงบ
คะแนนของเขาร่วงกราว ส่วนคะแนนของหลิงอวิ๋นพุ่งพรวด ต่อให้โง่แค่ไหนก็ดูออกว่ามีพิรุธ
ดังนั้นต่อให้ฉู่เทียนหยางจะเกลียดหลิงอวิ๋นแสนเกลียด ก็จำต้องช่วยแก้ต่างให้หลิงอวิ๋นในเรื่องนี้
เขาพูดข้ออ้างที่เตรียมไว้แล้วออกมา
“เรียนผู้อาวุโสหลี่ เรื่องนี้หากจะว่าไป ก็นับว่าข้าฉู่เทียนหยางโชคร้ายเอง”
“ตอนนั้น ในศึกคัดเลือกใกล้จะจบลง ข้ากำลังต่อสู้กับอสูรตนหนึ่งจนหมดแรง พอดีถูกหลิงอวิ๋นผ่านมาเห็นเข้า”
“ไอ้เด็กนี่มือหนักยิ่ง ไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟันข้าตายด้วยกระบี่เดียว”
ประโยคสุดท้ายนี้ ฉู่เทียนหยางพูดด้วยการกัดฟันกรอด สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น
ทุกคนฟังแล้วก็เชื่อไปเจ็ดแปดส่วน
เพราะมีเพียงคำอธิบายแบบนี้ จึงจะไขปริศนาว่าเหตุใดหลิงอวิ๋นถึงเก็บกำไรก้อนใหญ่เช่นนี้ได้
