เรื่องไปฮันนีมูน ก่อนงานแต่งงาน เมิ่งลี้เยว่กับหลี่ฝู่เจิงก็ตกลงกันเรื่องจุดหมายปลายทางไว้แล้วว่าจะหาเกาะสักแห่ง นอนพักผ่อนสบาย ๆ สักหลายวัน วางเรื่องงานลงให้หมด เหลือเพียงพวกเขาสองคน
แต่หลี่ฝู่เจิงค่อนข้างกังวลเรื่องการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง
“ที่รัก ครั้งล่าสุดที่คุณนั่งเครื่องบินคือเมื่อไหร่?”
“สองสามปีก่อนได้มั้งคะ ส่วนใหญ่ฉันนั่งรถไฟความเร็วสูง”
แม้เมิ่งลี้เยว่จะรู้ดีว่า ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องบินในปัจจุบัน โอกาสเกิดอุบัติเหตุนั้นต่ำเพียงใด
แต่เธอกลัวความสูงมาแต่กำเนิด ทุกครั้งที่นั่งเครื่องบินจึงเลือกที่นั่งติดทางเดิน ห่างจากหน้าต่าง ไม่มองออกไปข้างนอกแล้วจะรู้สึกสบายใจกว่า
“ครั้งนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ”
เมิ่งลี้เยว่สบตากับเขา แววตาสงบนิ่งคู่นั้นทำให้เธอค่อย ๆ รวบรวมความกล้าได้ “ค่ะ”
เที่ยวบินที่พวกเขานั่งเป็นเที่ยวบินตรง ใช้เวลาเดินทางหกชั่วโมง นี่คือทริปท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังแต่งงาน
เมิ่งลี้เยว่เริ่มตื่นเต้นตั้งแต่อยู่สนามบิน ถึงกับไม่เข้าไปในห้องรับรอง ลากหลี่ฝู่เจิงเดินเล่นไปทั่ว พอเดินผ่านประตูขึ้นเครื่องก็เห็นลูกเรือของเที่ยวบินจงหนาน 3923 กำลังเดินผ่านสะพานเทียบเครื่องบินขึ้นไปบนเครื่องพอดี
เมิ่งลี้เยว่จับมือหลี่ฝู่เจิงเขย่าเบา ๆ “เวลาคุณไปทำงานก็เป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ?”
เธอชมเปาะ “สมแล้วที่ผู้ชายใส่เครื่องแบบดูดีขึ้นจริง ๆ”
นิ้วมือของหลี่ฝู่เจิงบีบแน่น “ที่รัก เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“...เปล่านี่คะ!” เมิ่งลี้เยว่รีบเปลี่ยนเรื่อง เธอรู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่เวลาทำงานของพวกเขาสองคนมีเพียงคลื่นวิทยุเป็นสะพานให้ได้พบกัน
แต่หลี่ฝู่เจิงยังไม่ยอมปล่อยเธอไป เขาโน้มเข้าไปใกล้หูแล้วกระซิบเสียงเบา “ผมหล่อกว่าเขา”
เมิ่งลี้เยว่กลั้นหัวเราะ พยักหน้าเอาใจเขา “ใช่ค่ะ สามีฉันใส่เครื่องแบบแล้วหล่อที่สุด!”
คนบางคนพอใจแล้ว มุมปากยกสูงเสียจนเห็นได้ชัด
พอเริ่มให้ผู้โดยสารชั้นธุรกิจขึ้นเครื่อง ทั้งคู่ก็เดินผ่านสะพานเทียบเครื่องบิน วันนี้เที่ยวบินล่าช้าเล็กน้อยพอดีกับช่วงพระอาทิตย์ตก เมิ่งลี้เยว่จึงอดไม่ได้ที่จะหยุดถ่ายรูป
