เมิ่งลี้เยว่ไม่ได้ตอบทันที เพียงอึกอักว่า “ไม่ต้องก็ได้มั้ง?”
“ทำไมจะไม่ต้อง อย่ามัวแต่หลบเลี่ยงการรักษาสิ เราไปตรวจกันก่อน แล้วค่อย…”
“ฉันหมายถึง ฉันไปตรวจมาแล้ว”
“ไปตรวจตั้งแต่เมื่อไหร่?” หลี่ฝู่เจิงขมวดคิ้ว มองเธออย่างเป็นห่วง “แน่ใจนะว่าไปตรวจมาแล้ว?”
“ไปตรวจมาจริง ๆ ฉันจะโกหกคุณทำไม?”
สายตาของเมิ่งลี้เยว่ล่อกแล่ก ไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ เดิมทีเธอยังคิดจะปิดบังต่อไป แล้วหาโอกาสเหมาะ ๆ มาทำให้เขาประหลาดใจ
น่าเสียดายที่หลี่ฝู่เจิงรู้จักเธอดีพอ จึงเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
พอเอ่ยปากอีกครั้ง สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดตามไปด้วย “ที่รัก ตรวจเจอว่า…”
เมิ่งลี้เยว่รู้สึกเขินขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แก้มร้อนผ่าวเล็กน้อย “อืม”
ความรู้สึกนี้ช่างแปลกประหลาด แม้จะเตรียมใจไว้ตั้งนานแล้ว แต่ตอนที่ได้รับผลตรวจมาอยู่ในมือ ก็ยังรู้สึกมหัศจรรย์เหลือเกิน
หลี่ฝู่เจิงไม่สนเลยว่ารอบข้างจะมีใครอยู่หรือไม่ เขาอุ้มเธอขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น พอทำท่าจะหมุนตัวอย่างดีใจ ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ จึงรีบวางเธอลง
เขาโอบเมิ่งลี้เยว่อย่างระมัดระวัง แล้วถามว่า “ไปตรวจตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เมื่อวาน ก่อนคุณกลับมา…แม่ไปเป็นเพื่อนฉัน”
หลี่ฝู่เจิงเลียริมฝีปากที่แห้งผากขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นเร็วยิ่งกว่าเดิม พอดีว่าวันนี้เขาสวมนาฬิกากีฬารุ่นใหม่ที่เมิ่งลี้เยว่ซื้อให้ใช้ตอนออกกำลังกาย
ตอนนี้มันกำลังวัดอัตราการเต้นของหัวใจเขาได้อย่างชัดเจน
หนึ่งร้อยยี่สิบสามครั้งต่อนาที
“คุณเป็นอะไร ทำไมไม่พูดล่ะ?”
หลี่ฝู่เจิงกุมมือเมิ่งลี้เยว่ไว้ในฝ่ามือ แล้วพาเดินไปทีละก้าว จนกระทั่งรอบข้างไม่มีคน เขาถึงดึงเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
เสียงของชายหนุ่มสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณนะ ที่รัก”
เขารู้ดีว่าการตั้งครรภ์ทำให้เธอต้องเสียสละมากแค่ไหน ต่อจากนี้ถึงเขาจะพยายามเต็มที่ ก็ไม่มีทางชดเชยสิ่งที่เธอต้องสูญเสียไปได้หมด
“เอาละน่า เด็กคนนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อคุณคนเดียวสักหน่อย…ก็ไม่ใช่เพราะใครเร่งรัด ฉันแค่รู้สึกว่าอยากมีลูกกับคุณ”
