หลี่ฝู่เจิงชี้ไปที่สมุดบันทึก “คุณ...”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น!” เมิ่งลี้เยว่ลนลานจนคิดอะไรไม่ทัน รีบปิดกระเป๋าเดินทางดังปัง “วันนี้ไม่เก็บแล้ว ไว้ค่อยว่ากันวันหลัง”
ท่าทีผิดปกติของเธอทำให้เขาค่อย ๆ หรี่ตาลง
แต่เมื่อเห็นสีหน้าประหม่าอย่างชัดเจนของเธอ เขาก็ค่อย ๆ ข่มอารมณ์ลง ความคิดในใจยากจะหยั่งถึง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “ได้”
เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เก็บเสื้อผ้าที่จัดไว้กลับเข้าไปในตู้ ไม่เอ่ยถึงสมุดบันทึกเล่มนั้นอีก ราวกับไม่เคยใส่ใจเลย
เมิ่งลี้เยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเข้าไป เห็นว่าหลี่ฝู่เจิงเก็บข้าวของใกล้เสร็จแล้ว จู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงมาจากไหน เธอผลักเขาอย่างแรง
หลี่ฝู่เจิงถูกเธอผลักจนล้มลง ด้านหลังของเขาคือเตียง
เธอขึ้นคร่อมร่างเขา
นิ้วมือร้อนผ่าววางอยู่ตรงเอวของเธอ เขาเงยหน้าสบตาเธอ แววตายิ่งมืดลึกขึ้นเรื่อย ๆ
“ถือเป็นการลงโทษที่คุณเมินฉัน คืนนี้ก็เอาแบบนี้แหละ”
สิ่งที่เฝ้ารอมานาน
บรรยากาศร้อนแรง
เมิ่งลี้เยว่ยันมือทั้งสองข้างลงบนกล้ามหน้าท้องแข็งแกร่งของเขา รู้สึกเพียงว่า...
กล้ามหน้าท้องของเขาไม่ได้ฝึกมาเสียเปล่า
...
พอตื่นขึ้นมา เมิ่งลี้เยว่ก็เปิดลิ้นชักนับอีกครั้ง คราวนี้ใช้ไปกี่ชิ้นแล้วนะ
ถึงพวกเขาจะยังหนุ่มสาว แต่ทำแบบนี้จะ...ใช้พลังมากเกินไปหรือเปล่า
พอถึงวัยหนึ่งก็จะ...
เมิ่งลี้เยว่คิดขึ้นมาว่า จริง ๆ แล้วค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป น่าจะดีกว่า
หลี่ฝู่เจิงเพิ่งเดินเข้ามาในห้องก็เห็นเธอนั่งถอนใจอยู่หน้าลิ้นชัก เขาเลิกคิ้ว ก่อนเดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า ใช้นิ้วคุ้ยอยู่ข้างในสองสามที “ที่รักกำลังเตือนผมอยู่หรือเปล่าว่ายังไม่พอ?”
เขาเพิ่งอายุยี่สิบแปด ก่อนหน้านี้ทั้งชีวิตก็อดกลั้นมาตลอด ในที่สุดก็มีภรรยาแล้ว แถม...เข้ากันได้ดีเป็นพิเศษ
