ตงฟางจิ้นเดินไปหาเวินเนี่ยน มือของเขาลูบศีรษะหญิงสาว ก่อนจะขยี้เบา ๆ อย่างอ่อนโยน
“ผมอยู่ตรงนี้แล้ว กลัวอะไร?”
เวินเนี่ยนไม่คิดว่าตงฟางจิ้นจะช่วยพูดแทนเธอ ความน้อยเนื้อต่ำใจที่กลั้นเอาไว้พลันเอ่อล้นขึ้นมาเพราะคำพูดของเขา น้ำตาเม็ดโตจึงร่วงเผาะลงมาไม่ขาดสาย
เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนปกป้องอยู่ตรงหน้าเล็กน้อย เสียงหวานนุ่มเจือสะอื้น ฟังคล้ายกำลังออดอ้อน “เมื่อกี้คุณกู้ดุมากเลยค่ะ”
ตงฟางจิ้นไม่สงสัยคำพูดของเวินเนี่ยน ในสายตาเขา หญิงสาวขวัญอ่อนจริง ๆ
“งั้นผมดุกว่าเขาตั้งเยอะ คุณกลัวไหม?”
เขาจับมือเวินเนี่ยนไว้ มือของหญิงสาวก็นุ่มนิ่มเสียจนเขาแทบไม่อยากปล่อย
เวินเนี่ยนร้องไห้จนแก้มเล็ก ๆ แดงระเรื่อ หยาดน้ำตาเกาะพราวอยู่บนแพขนตา ดูบอบบางน่าทะนุถนอมเป็นที่สุด “ฉันไม่กลัวค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้เกลียดฉัน”
แววตาเฉื่อยชาของตงฟางจิ้นชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น นี่มันอะไรกัน ความฉลาดแกมเจ้าเล่ห์ของกระต่ายน้อยหรือ?
แต่ที่หญิงสาวพูดก็ไม่ผิด เขาไม่ได้เกลียดเธอ
ไม่อย่างนั้นคงไม่จูบ ไม่ทะนุถนอมเธออยู่ตรงนี้
อคติที่เกิดขึ้นเพราะกู้ฉือถูกน้ำตาของหญิงสาวชะล้างจนหมดสิ้น
กระต่ายน้อยที่โดนดุหน่อยก็ร้องไห้ จะกล้าไปยั่วโมโหกู้ฉือได้อย่างไร?
หลังพาเวินเนี่ยนไปนั่งบนโซฟา ตงฟางจิ้นก็พบว่าตัวเองจับมือเธอสอดประสานนิ้วกันไว้แล้ว
กู้ฉือนั่งอยู่ตรงข้ามทั้งสองคน เขาขมวดคิ้ว สีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด
