หลังจากนั้นอีกหลายครั้ง เวินเนี่ยนก็จำอะไรไม่ได้แล้ว
แสงยามเช้าส่องลอดม่านโปร่งเข้ามา อาบไล้ทั่วเตียง
ภายในห้องยังคงหลงเหลือบรรยากาศชวนวาบหวามจากเมื่อคืน คนสองคนบนเตียงโอบกอดกันแนบชิด
เวินเนี่ยนค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของตงฟางจิ้น ศีรษะยังหนุนอยู่บนอกเขาอย่างเกียจคร้าน กลิ่นหอมเย็นสะอาดสดชื่นของชายหนุ่มอบอวลอยู่ตรงปลายจมูก เธอขยับถูไถอย่างไม่รู้ตัว ท่าทางแฝงความออดอ้อนพึ่งพาอยู่หลายส่วน
ตงฟางจิ้นในยามหลับไม่มีความเฉียบขาดอย่างที่เห็นเป็นประจำ ความแข็งกร้าวและท่าทีเหนือกว่าผู้อื่นเลือนหายไป เหลือเพียงท่าทางสงบนิ่งที่ชวนให้ละสายตาไม่ได้
ความวุ่นวายและความปล่อยตัวเมื่อคืนไม่ได้ทำให้เวินเนี่ยนรู้สึกไม่สบายตัว ร่างกายของเธอสะอาดผุดผ่อง ทุกส่วนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นตงฟางจิ้นที่ช่วยจัดการให้เธอ
เวินเนี่ยนยันตัวขึ้น ข้อศอกขาวผ่องเรียวบางวางลงบนอกของตงฟางจิ้น
เธอก้มตาลง แล้วยื่นนิ้วไปแตะคางชายหนุ่มอย่างหยั่งเชิง
ทันทีที่เธอทำเช่นนั้น ขนตาของตงฟางจิ้นที่เดิมยังหลับอยู่ก็สั่นไหวเบา ๆ มุมปากของเขาคลี่ยิ้มอย่างเกียจคร้าน มือใหญ่ยกขึ้นฉับพลัน คว้ามือน้อยซุกซนของหญิงสาวไว้แน่น
ตงฟางจิ้นไม่ลืมตา เพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย ริมฝีปากบางแนบลงบนปลายนิ้วของเธอ ลมหายใจอุ่นรินรด ก่อนจุมพิตอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม
เสียงของเขาแหบพร่าด้วยเพิ่งตื่นนอน “ตอนนี้มีแรงขึ้นมาเชียวนะ แล้วเมื่อคืนทำไมถึงหมดสติไปเสียก่อนล่ะ?”
