เวินเนี่ยนมองเซี่ยสวินอย่างเหม่อลอย ก่อนจะแสดงสีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย “อยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้...ข้าจะไปอารมณ์เสียเรื่องอะไรได้ล่ะ...”
เสียงของหญิงสาวแผ่วเบาและอ่อนหวาน ใบหน้าเล็ก ๆ เคร่งเครียดอย่างยิ่ง
ถึงจะมี ก็ไม่ใช่ตอนนี้
วันหน้าเซี่ยสวินจะได้รู้เองว่านางมีอารมณ์ร้ายหรือไม่
^_^
เมื่อสายตาเช่นนี้ตกอยู่ในดวงตาของเซี่ยสวิน นางก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ราวกับตุ๊กตาแสนสวยที่ได้รับวิญญาณ
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ คุณหนูเวินเองก็เป็นคนน่าสงสารเหมือนกันสินะ” เขาเอ่ยอย่างสะเทือนใจเล็กน้อย
ระหว่างทาง เซี่ยสวินหยั่งเชิงนางอย่างแนบเนียน พลางฟังหญิงสาวเล่าเรื่องราวของยุคปัจจุบัน แววตาของเขาเผยความงุนงงออกมาโดยไม่รู้ตัว
ที่แท้ยุคปัจจุบันก็ดีขนาดนี้
น่าเสียดายที่เขาจำเรื่องราวได้ไม่ค่อยชัดแล้ว
“เซี่ยอี โลกบำเพ็ญเซียนเป็นโลกแบบไหนหรือ?”
ได้ยินความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่คิดปิดบังในน้ำเสียงของหญิงสาว เดิมทีเซี่ยสวินคิดจะบอกความจริงอันโหดร้ายที่สุดแก่นาง แต่เมื่อสายตาของเขาสบเข้ากับดวงตากระจ่างใสคู่นั้น คำพูดเหล่านั้นกลับถูกกลืนลงคอไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อถูกหญิงสาวจ้องด้วยสายตาเช่นนี้ ลำคอของเซี่ยสวินก็พลันคันยุบยิบ
เขากระแอมเบา ๆ น้ำเสียงฟังไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร “จากที่เจ้าเล่ามา โลกของพวกเจ้าก็มีนิยายบำเพ็ญเซียนด้วยไม่ใช่หรือ เจ้าไม่เคยอ่านหรือ?”
หญิงสาวส่ายหน้า
วิญญาณร้ายก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน จะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านนิยายกันเล่า
เมื่อเห็นว่าเวินเนี่ยนไม่รู้เรื่องโลกบำเพ็ญเซียนจริง ๆ เซี่ยสวินจึงอดทนแนะนำสถานที่แห่งนี้ให้นางฟัง
