เซี่ยสวินรู้สึกว่าเด็กสาวสวมชุดสมัยใหม่เช่นนี้ในโลกบำเพ็ญเซียนดูขัดตาไม่น้อย ไม่แน่ว่าอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้บำเพ็ญมารแล้วจับตัวไปก็ได้
เขาค้นถุงเก็บของของตัวเองดู ก่อนจะพบว่าตนไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าของผู้บำเพ็ญหญิงสักชุด
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็เหลือบมองเด็กสาวที่ยังดูมึนงงอยู่ “คุณหนูเวิน ชุดที่คุณใส่อยู่คงไม่เหมาะกับโลกบำเพ็ญเซียนเท่าไร คุณต้องซื้อเสื้อผ้าของที่นี่ใส่แล้วล่ะ”
เวินเนี่ยนได้ยินดังนั้นก็ก้มมองชุดของตัวเอง ก่อนเอ่ยเสียงเบา “แต่...แต่ฉันไม่มีเงิน”
ดวงตาของเซี่ยสวินพลันสว่างวาบ ราวกับได้พบพวกเดียวกัน “เราสองคนนี่มีวาสนาต่อกันจริง ๆ ฉันก็ไม่มีเงินเหมือนกัน!”
เวินเนี่ยน “.....”
ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เวินเนี่ยนก็ยังคงระแวงคนคนนี้อยู่เสมอ
นี่คือพระเอกตัวร้ายที่จะทำลายล้างโลกในเนื้อเรื่องเดิมจริง ๆ เหรอ?
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเซี่ยสวินถึงชอบแกล้งเธอ คล้ายกับเด็กผู้ชายสมัยเรียนที่ทำเรื่องไร้เดียงสาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนที่ตัวเองชอบ
แต่เธอกลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเซี่ยสวินเลยสักนิด
“แล้วฉันควรทำยังไงดี...” เวินเนี่ยนหลุบตาลง น้ำตาคลอเบ้าดูน่าสงสาร ไอหม่นหมองแผ่คลุมร่างทั้งร่าง
“ฉันอยากกลับบ้าน... ฉันเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ... อีกไม่นานก็จะได้เข้าเรียนแล้ว... ฮือ ๆๆ”
ริมฝีปากของเด็กสาวเม้มแน่นจนซีดเผือด สีหน้าทั้งน้อยใจทั้งสับสน ชวนให้คนมองรู้สึกสงสารจับใจ
เซี่ยสวินได้ยินเธอพูดเช่นนั้น ก็ถามต่อโดยไม่รู้ตัว “เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จหมายความว่ายังไง?”
