สีหน้าของเซี่ยสวินดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง เขาวางเด็กสาวลง
เวินเนี่ยนเงยหน้ามองประตูเมืองที่อยู่เบื้องหน้า แววสงสัยใคร่รู้วาบผ่านดวงตา
“เซี่ยอี พวกเราจะกินข้าวกันที่นี่เหรอ?”
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเมื่อครู่ เซี่ยสวินก็อธิบายความคิดของตัวเองไม่ถูก
สรุปแล้ว...ซับซ้อนมาก
นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่หนทางบำเพ็ญเซียนอย่างเป็นทางการ เขาก็แทบไม่เคยมีความคิดเช่นนี้
เซี่ยสวินตัดสินใจไม่คิดให้ลึกซึ้งไปกว่านี้ อย่างไรเสีย นางก็หนีเงื้อมมือเขาไม่พ้น หากปีศาจในใจทนไม่ไหวจนเผยตัวออกมาเมื่อไร เขาจะตีมันให้อยู่หมัดเอง
ในเมื่อคิดจะสวมบท ก็สวมไปตลอดชีวิตเลยแล้วกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซี่ยสวินก็เผยรอยยิ้มในแววตา พลางแบมือออก น้ำเสียงกวนประสาทชวนให้คนอยากต่อย “ไม่มีศิลาวิญญาณน่ะ คุณหนูใหญ่”
“แต่ฉันมีวิธีอยู่ข้อหนึ่ง ไม่รู้ว่าเธอจะยอมหรือเปล่า”
เวินเนี่ยนถามอย่างหยั่งเชิง “ลองพูดมาก่อนสิ”
ในนครอู๋วั่งมีเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์อยู่คนหนึ่ง มีข่าวลือว่านางสามารถสนทนากับวิถีแห่งสวรรค์ได้
ทุกวันมีผู้คนแวะเวียนไปหาเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่ขาดสาย หากอยากเข้าใกล้นาง ก็ต้องช่วยนางทำเรื่องหนึ่ง
วิถีแห่งสวรรค์กลัวเซี่ยสวินแทบตาย เขาย่อมไม่จำเป็นต้องไปหาเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์
แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงผู้บำเพ็ญอิสระที่ไร้อำนาจ ไร้เส้นสาย และไร้ฝีมือ จะเอาศิลาวิญญาณมาจากไหนกันล่ะ
แต่ก่อนจะไปเยี่ยมเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมีข้าวให้กิน
เซี่ยสวินเตรียมพาเด็กสาวไปอาศัยกินฟรีดื่มฟรี
เวินเนี่ยนฟังคำอธิบายของเซี่ยสวินอย่างงุนงง เธอมองเขาด้วยแววตาซื่อ ๆ น้ำเสียงจริงจังอย่างยิ่ง “ได้สิ ฉันต้องทำอะไรเหรอ?”
