หลังจากประโยคนั้นหลุดออกมา ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ภายในรถสลัวราง เวินเนี่ยนนั่งอยู่บนตักลู่เยี่ยน มือเนียนนุ่มของเธอทาบอยู่บนอกเขา หัวใจใต้ฝ่ามือเต้นแรงจนสัมผัสได้ชัดเจน
ลู่เยี่ยนดูสงบนิ่ง ราวกับควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ ทว่าแท้จริงแล้วเขาประหม่าแทบตาย
เขาเดาความคิดของเวินเนี่ยนไม่ออก
ถึงขั้นนึกเสียใจที่ปล่อยเวลาหนึ่งเดือนให้สูญเปล่า
หนึ่งเดือนทำอะไรได้ตั้งมากมาย ความหวั่นไหวและความหุนหันพลันแล่นย่อมค่อย ๆ จางหายไป ลู่เยี่ยนไม่รู้ว่าตอนนี้เวินเนี่ยนชอบเขามากแค่ไหน
เวินเนี่ยนมองลู่เยี่ยนที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม มุมปากของเธอโค้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยกแขนโอบรอบคอชายหนุ่ม แววตาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
“คุณลุงลู่ ฉันมีแฟนแล้วนะคะ”
พูดจบ ขณะที่ลู่เยี่ยนยังไม่ทันได้ตอบสนอง เธอก็เงยหน้าขึ้นประกบริมฝีปากกับเขา เป็นฝ่ายแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากของชายหนุ่ม แล้วค่อย ๆ รุกล้ำลึกซึ้ง
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังจากลำคอของลู่เยี่ยน มือที่เดิมโอบเอวหญิงสาวอยู่พลันกระชับแน่นขึ้นหลังจากได้ยินประโยคนั้นชัดเจน
เขาไม่คิดเลยว่าหญิงสาวในอ้อมแขนจะกล้ากว่านี้ได้อีก
ลู่เยี่ยนหลุบตามองเวินเนี่ยน ดวงตาสีดำสนิทเอ่อล้นด้วยอารมณ์ลึกล้ำ เขากดเธอลงบนพวงมาลัย แล้วโน้มตัวลงจูบ
ทันทีที่ริมฝีปากแนบชิดกัน ความอบอุ่นก็แผ่ซ่าน ลมหายใจคลุกเคล้าประสาน
หญิงสาวในอ้อมแขนถูกจูบจนหายใจไม่ทั่วท้อง ขนตาสั่นไหวแผ่วเบาเป็นระยะก็มีเสียงครางออดอ้อนดังออกมา
ผ่านไปเนิ่นนาน ลู่เยี่ยนยื่นมือออกมา ใช้ปลายนิ้วลูบริมฝีปากของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “ฉันไม่เป็นชู้หรอกนะ”
“ฉันจะเลิกกับเจียงหลิน หวังว่าเธอก็จะทำเหมือนกัน”
เวินเนี่ยนกะพริบตา สีหน้ายังคงดูว่าง่าย ทว่าความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ในแววตากลับเผยให้เห็นว่าเธอไม่ได้เชื่อฟังอย่างที่เห็น
“คุณลุงลู่ หนูกับหลินหลินไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย แล้วหนูจะเลิกกับเธอได้ยังไงคะ?”
ลู่เยี่ยนจ้องเวินเนี่ยนนิ่ง ๆ เขาคิดว่าแต่แรกก็ควรจะรู้แล้วว่าหญิงสาวในอ้อมแขนเป็นคนแบบไหน
